
ดำเนินงานตามโครงการฟันเทียมพระราชทาน พร้อมกับการส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ สนองกระแสพระราชดำรัสอย่างต่อเนื่อง…
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรผู้สูงอายุประมาณ 7.3 ล้านคน และในอีก 10 ปีข้างหน้าประชากรผู้สูงอายุของไทยจะเพิ่มขึ้นเป็น 12 ล้านคน หรือประมาณ 1 ใน 5 ของประชากรทั้งประเทศ และจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ที่มีประชากรผู้สูงอายุมากกว่าประชากรในวัยเด็กและวัยแรงงาน โดยอายุเฉลี่ยของประชากรเพศชายจะเพิ่มเป็น 78 ปี ขณะที่เพศหญิงจะเพิ่มเป็น 82 ปี และว่าปัญหาอย่างหนึ่งของผู้สูงอายุคือ ปัญหาสุขภาพช่องปาก และผู้สูงอายุเกือบทุกคนมีการสูญเสียฟันอย่างน้อย 1 ซี่ พบฟันผุร้อยละ 96 รากฟันผุร้อยละ 20 ปริทันต์อักเสบร้อยละ 68 จากการสำรวจสภาวะทันตสุขภาพแห่งชาติครั้งล่าสุดในปี 2550 ยังคงมีผู้สูงอายุที่มีความจำเป็นต้องใส่ฟันเทียมทั้งปากอีกประมาณ 250,000 ราย
ด้าน ดร.นพ.สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า นับตั้งแต่ สธ.มีการดำเนินโครงการฟันเทียมพระราชทานมาตั้งแต่ปี 2548 มีผู้มารับบริการแล้วรวมทั้งสิ้นประมาณ 160,000 ราย และเนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปี 2554 สธ.จะประกาศให้เป็นปีทองแห่งการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุไทย ด้วยการดำเนินงานตามโครงการฟันเทียมพระราชทาน พร้อมกับการส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ สนองกระแสพระราชดำรัสอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้สูงอายุมีฟันใช้เคี้ยวอาหารได้อย่างเหมาะสม โดยกำหนดเป้าหมายในการจัดบริการใส่ฟันเทียมทั้งปาก ทดแทนฟันที่สูญเสียไปแก่ผู้สูงอายุทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องปีละ 30,000 ราย และจะเร่งดำเนินการใส่ฟันเทียมให้กับผู้สูงอายุที่ลงทะเบียนไว้แล้วอีกประมาณ 1.9 แสนราย