Posts Tagged ‘สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา’

จี้สพป.ทำแผนยุบโรงเรียนเล็ก

April 16th, 2011

ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมได้เร่งรัดการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กในสังกัด สพฐ. ที่มีทั้งสิ้น 14,397 โรง จำแนกเป็น 7 ขนาด ได้แก่ โรงเรียนที่ไม่มีนักเรียนจำนวน 137 โรง โรงเรียนที่มีนักเรียน 1-20 คน จำนวน 444 โรง โรงเรียนที่มีนักเรียน 21-40 คน จำนวน 1,967 โรง โรงเรียนที่มีนักเรียน 41-60 คน จำนวน 3,082 โรง โรงเรียนที่มีนักเรียน 61-80 คน จำนวน 3,355 โรง โรงเรียนที่มีนักเรียน 81-100 คน จำนวน 3,040 โรง โรงเรียนที่มีนักเรียน 101-120 คน จำนวน 2,372 โรง โดยมอบหมายให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ไปจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาว่าจะดำเนินการอย่างไร จะเป็นการยุบรวม หรือ การยุบเลิกโรงเรียน ขณะเดียวกันการจัดทำแผนแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กของเขตพื้นที่นั้น ๆ จะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของการบริหารโรงเรียนขนาดเล็กของแต่ละเขตพื้นที่ฯ ด้วย

“ขณะนี้ สพฐ.กำลังโดนแรงกดดันจากภายนอกที่จะไม่คืนอัตราเกษียณอายุราชการทั้งหมดให้ แก่ สพฐ. เนื่องจากมองว่า สพฐ.ไม่ได้ขาดครูจริง ซึ่งหากพิจารณาให้ดี สพฐ.ขาดครูเป็นจำนวนมาก เพียงแต่ครูไม่มีการกระจายตัวออกไปเท่านั้น ดังนั้นหากไม่ได้รับคืนอัตราเกษียณอายุราชการ สพฐ.จะขอเป็นงบประมาณชดเชยบุคลากรครูแทน เพื่อนำเงินมอบให้เขตพื้นที่ฯในการนำไปบริหารจัดการกระจายครูในพื้นที่ได้ อย่างทั่วถึง” ดร.ชินภัทร กล่าว.

ข่าวการศึกษา ที่มา เดลินิวส์

เชียงใหม่เร่งแก้ปัญหา เด็กม.3สอบโอเน็ตตกเรียบ

April 7th, 2011

นายสุรพันธ์ โกยวาณิชย์

ผอ.สพป.เชียงใหม่ เขต 2 ระดมพลังครูเก่งวิชาการ แก้ปัญหานักเรียนสอบตกโอเน็ต หลังคะแนนเด็กม.3 ตกเกณฑ์ระนาว…

เมื่อวันที่ 6 เม.ย. นายสุรพันธ์ โกยวาณิชย์ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากการประเมินคุณภาพผู้เรียนในปีการศึกษา 2553 ที่ผ่านมา ของสพป.เชียงใหม่เขต 2 ในภาพรวมระดับประเทศ จากผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-NET ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สาระภาษาไทย ร้อยละ 42.8 ระดับเขต ร้อยละ 44.67 สาระสังคมศึกษาระดับประเทศ ร้อยละ 40.85 ระดับเขต ร้อยละ 42.09 ภาษาอังกฤษ ระดับประเทศ ร้อยละ 14.52 คณิตศาสตร์ ระดับประเทศ 24.18 ระดับเขต 24.59 วิทยาศาสตร์ ระดับประเทศ 29.17 ระดับเขต 29.07 สุขศึกษา และพลศึกษา ระดับประเทศ ร้อยละ 71.97 ระดับเขต ร้อยละ 73.97 ศิลปะ ระดับประเทศ ร้อยละ 28.48 ระดับเขต 28.13 การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดับประเทศ ร้อยละ 47.07 ระดับเขต ร้อยละ 47.07 ระดับเขต 47.60 ส่วนการผลประเมินในระดับชั้นป.6 สาระภาษาไทย ระดับประเทศ 31.22 ระดับเขต 30.01 สังคม ระดับประเทศ 47.07 ระดับเขต 46.81 ภาษาอังกฤษ ระดับประเทศ 20.09 ระดับเขต 16.64 คณิตศาสตร์ ระดับประเทศ 34.85 ระดับเขต 33.61 วิทยาศาสตร์ ระดับประเทศ 41.56 ระดับเขต 41.34 สุขศึกษาและพลศึกษา ระดับประเทศ 53.31 ระดับเขต 57.47 ศิลปะ ระดับประเทศ 41.10 ระดับเขต 40.46 การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดับประเทศ 52.52 ระดับเขต 52.76

จากผล การประเมินในระดับชั้น ม.3 มีเพียงส่วนน้อยที่มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องเร่งรัดการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ยกระดับผลสัมฤทธิ์ผู้เรียนในกลุ่มสาระการเรียน โดยในเบื้องต้นได้ประชุมรองผู้อำนวยการเขตพื้นที่ และผู้อำนวยการกลุ่ม รวมทั้งศึกษานิเทศก์ทุกคน หารือถึงแนวทางพัฒนา โดยในครั้งนี้ได้เชิญครูวิชาการโรงเรียนมาร่วมกันวิเคราะห์วางแผน

กิจกรรมการประชุมในวันนี้มี 3 กิจกรรมคือ กิจกรรมที่ 1 เป็นการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นป.6 และชั้นม.3 ในปีการศึกษาที่ผ่านมา กิจกรรมที่ 2 เป็นกิจกรรมนำผลการวิเคราะห์มาใช้ในการวางแผนกำหนดแนวทางการพัฒนาในแต่ละ กลุ่มสาระ และกิจกรรมที่ 3 เป็นการนำเสนอแนวทางการพัฒนาที่แต่ละกลุ่มได้ร่วมกันวิเคราะห์ มาสรุปเป็นแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2

นอกจากนี้ นายสุรพันธ์ ยังกล่าวอีกว่า การจะพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ได้ตามเป้าหมายนั้น ต้องคำนึงถึงปัจจัยนำเข้า คำนึงถึงบริบท รวมทั้งกระบวนการที่จะขับเคลื่อน โดยอาศัยกลยุทธ์ในการดำเนินงานทุกขั้นตอนอย่างแยบยล หากทุกคนมีส่วนร่วมให้ความสำคัญ และ ผลักดัน น่าจะทำให้ความฝันนั้นเป็นจริง ซึ่งทุกคนในที่นี้หมายถึง ผอ.เขตพื้นที่ มีระยะเวลาในการทำงานอย่างต่อเนื่องเกินกว่า 2 ปี ยึดการพัฒนาเรื่องวิชาการเป็นหลัก มีการจัดโครงสร้างทางการบริหาร เน้นความสามารถและความถนัดแห่งบุคคล พิจารณามอบ รองผอ.เขตพื้นที่กำกับดูแลกำกับพื้นที่ มีการติดตามผลความคืบหน้าในของการพัฒนาทุกระยะ กำหนดทีมศึกษานิเทศก์ลงไปดูแลช่วยเหลือสนับสนุนโรงเรียนอย่างใกล้ชิดและต่อ เนื่อง กลุ่มงานภารกิจสนับสนุนปัจจัยบนพื้นฐานข้อมูลความต้องการของสถานศึกษาตาม ความจำเป็น ให้ความสำคัญกับเครือข่ายสถานศึกษาและชุมชนองค์กรท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายเชิงนโยบาย และเป็นพลังขับเคลื่อน พิจารณาปรับปรุงระบบการบริหารงานงานบุคคลที่มุ่งส่งเสริมครูและบุคลากร ทางการศึกษา พัฒนากระบวนการให้ขวัญและกำลังใจตามผลงานอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นแนวทางที่นายสุรพันธ์ กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ หากคนในองค์กรไม่ยินดีหรือคัดค้าน หรือไม่ให้ความสนใจต่อแนวทางในการขับเคลื่อน หาไม่แล้ว เป้าหมายร้อยละ 5 ก็อาจเป็นฝันที่ไม่เป็นจริงได้

ด้าน ดร.สงกรานต์ พรหมวงศ์ หนึ่งในทีมงานศึกษานิเทศก์วิทยากร ผู้รับผิดชอบโครงการ กล่าวชี้แจงให้ครูวิชาการที่ได้รับเชิญให้ร่วมประชุม ได้กำหนดประเด็นในการวิเคราะห์ถึงมาตรฐานการเรียนรู้ตามโครงสร้างข้อสอบที่ แต่ละข้อว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดข้อใดที่ควรปรับปรุง ข้อสอบที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นเป็นอย่างไร นักเรียนต้องใช้ความรู้ใดบ้างในการทำข้อสอบ รวมทั้งสาเหตุที่นักเรียนทำข้อสอบไม่ได้ ว่าน่าจะมาจากสาเหตุใดบ้าง รวมทั้งการวิเคราะห์ประเด็นตัวครูและนักเรียน ที่จะต้องพัฒนาปรับปรุงเรื่องใดบ้าง เพื่อจะได้ประมวลแนวทางในการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา และนำไปใช้ในโรงเรียนต่อไป

อย่างไรก็ตาม ภาพของความสำเร็จในปีการศึกษาที่ผ่านมา ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระหลักชั้น ม.3 ในกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ สูงกว่าระดับประเทศ ได้ร้อยละ 29.17 ระดับเขต 29.07 กลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษา ระดับประเทศ ร้อยละ 71.97 ระดับเขต ร้อยละ 73.97 ผลการประเมินชั้น ป.6 สุขศึกษาและพลศึกษา ระดับประเทศ 53.31 ระดับเขต 57.47 การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดับประเทศ ร้อยละ 52.52 ระดับเขตได้ร้อยละ 52.76 แม้ว่าผลจะเพิ่มขึ้น แต่สพป.เชียงใหม่เขต 2 ยังต้องพัฒนาให้เพิ่มขึ้นต่อไป โดยในปี 2554 นี้ ผอ.สพป.เชียงใหม่ เขต 2 ได้หารือกำหนดเป้าหมายเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทุกกลุ่มสาระ ร้อยละ 5 แต่จะเป็นผลสำเร็จได้แค่ไหนนั้น เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์.

ข่าวการศึกษา ที่มา ไทยรัฐ

รร.ในกรุงเทพฯว่างรับได้อีก3พัน

April 6th, 2011

รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการรับนักเรียนของสถานศึกษา ปีการศึกษา 2554 เปิดเผยว่าในวันที่ 7 เม.ย.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการติดตามฯ ร่วมกับนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อสรุปรายงานผลการรับนักเรียนชั้น ม.1 และ ม. 4 ของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่าเป็นอย่างไรและมีปัญหาอะไรบ้าง ซึ่งในเบื้องต้นขณะนี้การรับนักเรียนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและกำลังอยู่ ระหว่างดำเนินการเกลี่ยนักเรียนที่ยังไม่มีที่เรียนไปยังโรงเรียนตามที่นัก เรียนได้แจ้งความ จำนงไว้ในช่วงการสมัครสอบคัดเลือก โดยระดับชั้น ม.1 ตนได้รับรายงานล่าสุดว่า โรงเรียนในเขตกรุงเทพฯยังมีที่ว่างอยู่ประมาณ 3,000 กว่าคน ดังนั้นไม่น่าจะมีปัญหาในการเกลี่ยนักเรียน สำหรับ ชั้นม.4 เฉพาะโรงเรียนเขตกรุงเทพฯ พบว่ามี นักเรียนที่สอบเข้าเรียนในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงมารายงานตัวไม่ ครบ ทำให้โรงเรียนต้องเรียกนักเรียนที่ได้คะแนนลำดับถัดไปมารายงานตัวแทน ซึ่งเด็กที่ไม่มารายงานตัวนั้นทราบข้อมูลว่าส่วนหนึ่งจะไปเรียนโรงเรียน เอกชนและเรียนสายอาชีวศึกษาแทน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดีที่เด็กสนใจไปเรียนสายอาชีวศึกษา

ด้าน นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ รักษาการ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กรุงเทพมหานคร เขต 1 กล่าวว่า ในวันที่ 5 เม.ย.นี้ จะพิจารณาจัดสรรที่เรียนให้นักเรียนทุกคน ซึ่งกรณีของเด็ก สพม.กรุงเทพฯ เขต 1 นั้นไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะโรงเรียนในสังกัดยังมีที่ว่างจำนวนมาก โดยขณะนี้มีที่ว่าง 3,779 คน และต้องรอดูว่า หลังจากจัดสรรที่เรียนแล้วจะว่างอีกจำนวนเท่าไร และหลังจากเกลี่ยนักเรียนใน สพม.กรุงเทพฯ เขต 1 เสร็จแล้วหากยังมีที่ว่างก็จะเปิดรับเด็กเขตพื้นที่การศึกษาอื่นมาเรียนได้

นายสุรศักดิ์ ศรีสว่างรัตน์ ผอ.สพม.กรุงเทพฯ เขต 2 กล่าวว่า มีนักเรียนมาแจ้งความจำนงให้จัดสรรที่เรียนที่ สพม.กรุงเทพฯ เขต 2 กว่า 300 ราย เพราะส่วนใหญ่เด็กจะไปแจ้งไว้ที่โรงเรียนที่เด็กไปสมัครสอบและจับสลาก ซึ่งขณะนี้ตนได้มอบให้เจ้าหน้าที่รวบรวมจำนวนนักเรียนทั้งหมดที่มาแจ้งความ จำนง เพื่อนำมาจัดสรรที่เรียนให้ในวันที่ 5 เม.ย.นี้.

ข่าวการศึกษา ที่มา เดลินิวส์

สพป.เชียงใหม่เขต2 เผยผู้มีสิทธ์สอบครูผู้ช่วย

April 5th, 2011

สพป.เชียงใหม่ เขต 2 เผยรายชื่อผู้มีสิทธ์สอบครูผู้ช่วย 142 ราย ผู้ใดยืนยันว่าตนเองมีคุณสมบัติครบถ้วน ให้นำหลักฐานไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่รับสมัคร ภายในวันที่ 5 เมษายนนี้…

เมื่อวันที่ 4 เม.ย. นางกรศิริ กรองสุดยอด นักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 ได้ประกาศรับสมัครคัดเลือกครูอัตราจ้าง เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ในช่วงปลายเดือน มีนาคม 2554 ที่ผ่านมานั้น บัดนี้ นายชุมพล รินคำประธาน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 และคณะกรรมการได้อนุมัติให้ผู้มีสิทธิ์เข้ารับการคัดเลือก เข้าสอบภาค ก. ภาค ข. และภาค ค. มีผู้ที่มีสิทธิตามประกาศ จำนวน 142 ราย กลุ่มวิชาอื่น ๆ จำนวน 64 ราย ประถมศึกษา10 ราย ปฐมวัย 8 ราย คหกรรม 5 ราย เกษตร 7 ราย ภาษาอังกฤษ 5 ราย สังคมศึกษา 4 ราย คอมพิวเตอร์ 13 ราย คณิตศาสตร์ 4 ราย วิทยาศาสตร์ 22 ราย และมีผู้ไม่มีสิทธิ จำนวน 15 ราย

สำหรับผู้ที่ยื่นสมัครไว้แต่ไม่มีสิทธิ์เข้าสอบตามประกาศนี้ หากผู้ใดยืนยันว่าตนเองมีคุณสมบัติครบถ้วน ให้นำหลักฐานไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่รับสมัคร ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 ภายในวันที่ 5 เมษายน 2554 (เว้นวันหยุดราชการ) หากมีคุณสมบัติครบถ้วน จะได้ประกาศรายชื่อเพิ่มเติมต่อไป ถ้าพ้นกำหนดนี้ก็จะไม่รับพิจารณา สำหรับ การสอบข้อเขียน ภาค ก และภาค ข ในวันที่ 8 เมษายน 2554 ใช้สนามสอบที่โรงเรียนบ้านริมใต้ ตำบลริมใต้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนการสอบสัมภาษณ์ ภาค ค. ในวันที่ 9 เมษายน 2554 ใช้สนามสอบที่ห้องประชุมสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 ตำบลสันโป่ง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ และ ติดตามดูประกาศรายชื่อ ทางเวปไชต์ สพป.เชียงใหม่ เขต 2 www.chiangmaiarea2.go.th และที่ งานประชาสัมพันธ์ สพป.เชียงใหม่เขต 2

นางกรศิริ ยังกล่าวอีกว่า อยากจะฝากแจ้งเตือนไปยังมีมีรายชื่อมีสิทธิ์สมัครสอบคัดเลือกในครั้งนี้ อย่าได้หลงเชื่อบุคลที่เข้าไปแอบอ้างว่าจะสามารถช่วยเหลือวิ่งเต้นหรือเรียก ร้องเงินทองเพื่อช่วยเหลือ เพราะการสอบในครั้งนี้ มีคณะกรรมการดำเนินการสอบเป็นไปตามมาตรฐานของ ส.พ.ฐ.อย่างเคร่งครัด และโปร่งใสทุกขั้นตอนที่สามารถตรวจสอบได้.

ข่าวการศึกษา ที่มา ไทยรัฐ

สพม.เขต 1 ชี้ ม.1 ไร้ที่เรียนกว่า 1.2 พันคน เตรียมเกลี่ยที่นั่ง 7 เม.ย.นี้

March 26th, 2011

สพม.เขต 1 เผยเด็กยังไร้ที่เรียน ม.1 กว่า 1.2 พันคน วอนผู้ปกครองอย่ารอ รีบตัดสินใจพาลูกเข้า ร.ร.คู่พัฒนา ยันไม่ขยายห้องเรียน ไม่รับเพิ่ม พร้อมให้ยื่นความจำนงขอจัดสรรที่เรียนชั้น ม.1 และ ม.4 ล่วงหน้าในวันที่ 23-27 มี.ค.ระบุ เกลี่ยที่นั่งเรียนเรียบร้อย 7 เม.ย.นี้ ด้านเตรียมอุดม เด็กแห่สมัคร ม.4 1.4 หมื่นคน รับได้แค่พันกว่าคน ยันยังไม่พบปัญหา

วันนี้ (24 มี.ค.) นายเสน่ห์ ขาวโต รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวแถลงข่าวผลการรับนักเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 ของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในปีการศึกษา 2554 ว่า นโยบายรับนักเรียนของ สพฐ.ชั้น ม.1 และ ม.4 ในปีนี้เน้นความเสมอภาค โปร่งใส และเป็นธรรม ห้าม ฝากเด็กและไม่มีการเรียกรับเงินบริจาคเพื่อแลกกับการฝากเด็กตามนโยบายของ รมว.ศึกษาธิการ จึงกำหนดเกณฑ์รับนักเรียนให้เป็นไปอย่างรัดกุม โปร่งใส และตรวจสอบได้ง่าย ส่วนกรณีที่มีผู้ปกครองร้องเรียนสายด่วนการศึกษา 1579 ว่า ลูกสอบเข้าเรียนต่อชั้น ม.4 โรงเรียนเดิมไม่ได้ และไม่รู้ว่าโรงเรียนใดบ้าง ยังมีที่นั่งเรียนชั้น ม.4 ว่างอยู่ และเมื่อสอบถามข้อมูลไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ก็ไม่ได้รับข้อมูลนั้น สพฐ.จะประสานไปยัง สพท.ต่างๆ เพื่อให้ข้อมูลดังกล่าวแก่ผู้ปกครอง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะอ้างว่าไม่มีข้อมูลไม่ได้

นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 1 กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีเด็กในพื้นที่ สพม.เขต 1 ไม่มีที่เรียนชั้น ม.1 ประมาณ 1,200 คน ซึ่งจะจัดสรรที่เรียนให้แก่เด็กทุกคน ทั้งนี้ อยากฝากถึงผู้ปกครองอย่ายึดติดว่าต้องให้ลูกเข้าโรงเรียนดัง อย่ารอโรงเรียนชื่อดังจะขยายห้องเรียน รับนักเรียนเพิ่ม รวมทั้งอย่าหลงเชื่อผู้ที่อ้างว่าฝากเด็กได้ และเรียกรับเงิน หากพบผู้แอบอ้างขอให้แจ้ง สพฐ.เพื่อตรวจสอบข้อมูล ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า โรงเรียนที่มีอัตราแข่งขันสูงของ สพม.เขต1 และ สพม.เขต 2 นั้น รับนักเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 เพียงรอบเดียว จะไม่เพิ่มห้องเรียน เพิ่มจำนวนรับยกเว้นโรงเรียนที่ไม่ใช่โรงเรียนที่มีอัตราแข่งขันสูง ซึ่งยังมีที่นั่งว่างอยู่ จะเปิดรับนักเรียนเพิ่มโดยเขตพื้นที่จะเกลี่ยนักเรียนที่ยังไม่มีที่เรียนไป ยังโรงเรียนเหล่านี้ จึงขอให้ผู้ปกครองตัดสินใจเลือกโรงเรียนที่มีคุณภาพใกล้บ้านให้ลูกได้เข้า เรียน

“ผู้ปกครองสามารถไปยื่นความจำนงขอจัดสรรที่เรียนระดับชั้น ม.1 และ ม.4 ล่วงหน้าที่โรงเรียนที่พาบุตรหลานไปสมัครเรียนได้ตั้งแต่วันที่ 23-27 มี.ค.นี้ โดยจะให้โรงเรียนรวบรวมข้อมูลเสนอมายังเขตพื้นที่ และนำมารวมกับข้อมูลของผู้ปกครองที่มายื่นความจำนงตามปฏิทินรับนักเรียนที่ สพฐ.กำหนดไว้ในวันที่ 3-4 เม.ย.นี้ จากนั้นในวันที่ 5 เม.ย.ก็จะเกลี่ยเด็กไปเข้าเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 ไปยังโรงเรียนที่ยังมีที่นั่งเรียนรองรับ และจะประกาศผลการจัดสรรที่เรียนในวันที่ 7 เม.ย.นี้” นายวิทธยา กล่าว

นางสิริยุพา ศกุนตะเสฐียร ผอ.โรงเรียนศึกษานารี กล่าวว่า โรงเรียนมีเด็กจบชั้น ม.3 เดิม 666 คน และรับเด็กชั้น ม.4 โดยใช้สัดส่วน 80% ซึ่งนักเรียนจบชั้น ม.3 เดิมจะพิจารณาจากผลการเรียนเฉลี่ยที่จบชั้น ม.3 จำนวน 570 คน ซึ่งในปีนี้โรงเรียนรับเด็กจบชั้น ม.3 เดิมที่ได้เกรดเฉลี่ย 4.00 กว่า 100 คน ส่วนที่เหลือก็ได้เกรดเฉลี่ยกว่า 3.90 และไล่เรียงลงไปจนเต็มจำนวนรับ และอีก 20% รับโดยสอบเข้า จึงขอทำความเข้าใจกับผู้ปกครองว่าโรงเรียนใช้วิธีการเช่นนี้ เพื่อให้ได้นักเรียนที่มีคุณภาพและให้โอกาสเด็กทุกคนได้เข้าเรียนอย่างเสมอ ภาค

นายวิศรุต สนธิชัย ผอ.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กล่าวว่า โรงเรียนมีเด็กสมัครเข้าเรียน ม.4 จำนวน 14,000 คน แต่รับได้เพียง 1,110 คน คิดเป็นสัดส่วนการแข่งขันสอบ 1 ต่อ 10 คน ซึ่งภาพรวมการรับนักเรียนไม่มีปัญหาอะไรโดยได้ทำความเข้าใจกับผู้ปกครองที่ พาลูกมาสมัครเรียน และสอบเกี่ยวกับเกณฑ์รับเด็กทุก 20 นาที ส่วนปัญหาแอบอ้างฝากเด็กนั้นมีเกิดขึ้นทุกปี

ข่าวการศึกษา ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์

ยันรับเด็กเดินถูกทาง-เผยที่นั่งว่าง ม.4 ผ่านเว็บ

March 25th, 2011

สพม.เผยเตรียมรวบรวมข้อมูลที่นั่งว่าง ม.4 ผ่านเว็บไซต์ของเขตพื้นที่ฯ

‘ชินวรณ์’ ยันรับเด็กเดินถูกทาง-สพม.เผยเตรียมรวบรวมข้อมูลที่นั่งว่าง ม.4 ผ่านเว็บไซต์ของเขตพื้นที่ฯภายในสัปดาห์นี้…

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวกรณีมีผู้ปกครองนักเรียนโทรศัพท์มายังสายด่วน 1579 เพราะไม่พอใจนโยบายรับนักเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า นโยบายดังกล่าวผ่านขั้นตอนแสดงความคิดเห็นจากทุกฝ่ายจนนำมาสู่การออกกฎ 9 ข้อ ซึ่งเป็นธรรมดาของผู้ปกครองนักเรียนที่ผิดหวังอาจไม่พอใจ แต่นักเรียนส่วนใหญ่ที่สอบได้ก็ส่งจดหมายและอีเมล์มาให้ กำลังใจตน ซึ่งปีนี้มีผู้สมัครเข้าเรียนชั้น ม.1 ประมาณ 270,000 คน และมีผู้ที่เข้าเรียนในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงได้ถึงร้อยละ 85 เชื่อว่านโยบายรับนักเรียนเดินมาถูกทางแล้ว

“นโยบายดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งอย่างแน่นอน เพราะตอนที่ประกาศก็มีแต่ผู้อำนวยการสถานศึกษาปรบมือให้กำลังใจ ซึ่งผมอยากถามว่าจะให้ผมมาเป็นรัฐมนตรีเพื่อรับฝากเด็กหรือให้มาเพื่อเดินหน้าปฏิรูปการศึกษา” รมว.ศึกษาธิการกล่าวและว่า ภาพรวมการรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษมีร้อยละ 1.5 หรือ 3,000 คน ส่วนที่บางโรงเรียนรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษจำนวนมากได้รับรายงานว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่วางไว้

ด้านนายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ ผอ.ร.ร.โยธินบูรณะ รักษาการ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กรุงเทพฯ เขต 1 กล่าวว่า ขณะนี้มีเด็กในพื้นที่ สพม.เขต 1 ที่ยังไม่มีที่เรียนชั้น ม.1 ประมาณ 1,200 คน ซึ่งจะจัดสรรที่เรียนให้แก่เด็กทุกคน ส่วนโรงเรียนใดที่ยังมีที่นั่งชั้น ม.4 ว่างอยู่นั้น เขตพื้นที่ฯจะเร่งรวบรวมข้อมูลและประกาศ ผ่านเว็บไซต์ของเขตพื้นที่ฯภายในสัปดาห์นี้.

ข่าวการศึกษา ที่มา ไทยรัฐ วันที่ 25 มีนาคม 2554

วอนผู้ปกครองอย่าฝืนศักยภาพลูก เกรดต่ำเรียนไม่ไหวไร้ความสุข

March 17th, 2011

ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ทำหนังสือแจ้งเวียนเกี่ยวกับปฏิทินการรับนักเรียนเพิ่มเติม ปีการศึกษา 2554 ไปยังโรงเรียนต่าง ๆ โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง โดยวันที่ 17 มี.ค. 54 จะมีการเชิญ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) และ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) รวมถึง ผอ.โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง 366 โรง มาประชุมซักซ้อมถึงแนวทางการปฏิบัติเรื่องการรับนักเรียนประจำปี 2554 เนื่องจากยังมีกิจกรรมบางส่วนที่ต้องดำเนินการโดยเฉพาะการประกาศรายชื่อการ รับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษที่จะมีขึ้นในวันที่ 18 มี.ค. 54 และ การสอบชั้น ม.1 ในวันที่ 19 มี.ค. 54 สอบ ม.4 วันที่ 20 มี.ค. 54 ประกาศผลสอบ ม.1 วันที่ 22 มี.ค. 54 และ ม.4 วันที่ 24 มี.ค. 54 จับสลาก ชั้น ม.1 วันที่ 27 มี.ค. 54 ส่วนการสละสิทธิของนักเรียนชั้น ม.1 ทั้งในส่วนของนักเรียนเงื่อนไขพิเศษและสอบทั่วไปนั้น จะต้องยึดหลักการเรียกจากบัญชีสำรองขึ้นมาแทนซึ่ง จะประกาศผลในวันที่ 30 มี.ค.

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า สำหรับกรณีนักเรียนที่จบชั้น ม.3 และต้องการเรียนต่อชั้น ม.4 โรงเรียนเดิมที่ยังมีปัญหาการร้องเรียนอยู่ในขณะนี้นั้น ตามระเบียบวิธีการรับนักเรียนจบ ม.4 ได้แบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ การให้โรงเรียนจัดทำแผนการรับนักเรียน ม.4 และการให้รับนักเรียนชั้น ม.3 ที่มีศักยภาพเหมาะสมให้เต็มแผนการรับร้อยละ 80 และอีกไม่เกินร้อยละ 20 ให้เปิดรับนักเรียนจากภายนอกโดยการสอบ เพื่อให้นักเรียนจากภายนอกทั้งโรงเรียนขยายโอกาส และโรงเรียนเอกชนได้มีโอกาสเข้ามาเรียนในโรงเรียนที่มีการอัตราการแข่งขัน สูงได้ อีกทั้งจากประสบการณ์ที่ผ่านมาพบว่านักเรียนที่จบ ม.3 แต่มีผลการเรียนต่ำกว่า 1.5 แล้วฝืนที่จะเรียนต่อในสายสามัญจะเรียนอย่างไม่มีความสุข ซึ่งไม่เกิดผลดีกับตัวเด็กเอง

“เรื่องนี้เป็นเรื่องของโรงเรียนที่จะต้องพิจารณาให้เกิดความเป็นธรรม และในอนาคต สพฐ.มีแผนว่า จะลดการรับ ม.1 ให้น้อยลง และรับ ม.4 เพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ตัวป้อนจากต้นทางลดลง จะส่งผลให้ต่อไปการจบชั้น ม.3 ลดแรงเสียดทานในการต่อชั้นม.4 ได้ แต่ทั้งนี้ สพฐ.จะต้องประสานกับทางกรุงเทพมหานครและโรงเรียนเอกชนในการทำแผนการรับนัก เรียนที่ชัดเจน เพื่อเป็นหลักประกันให้ได้ก่อนว่าเด็กทุกคนต้องมีที่เรียน” ดร.ชินภัทร กล่าว.