แฉมีโรงเรียน ลบ ‘วัด’ หวังฮุบธรณีสงฆ์
นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีมหาเถรสมาคม (มส.) มีมติเห็นชอบไม่ให้ตัดคำว่า “วัด” ที่ใช้นำหน้าชื่อโรงเรียนที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ธรณีสงฆ์ออก หากโรงเรียนใดตัดออกไปแล้วต้องนำกลับมาใส่เหมือนเดิม ว่า พศ.จะหารือกับฝ่ายต่าง ๆ ทั้งวัดที่โรงเรียนตั้งอยู่ ผู้บริหารโรงเรียนและกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อจัดทำหลักเกณฑ์ร่วมกัน ทั้งนี้มีโรงเรียนที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามมติดังกล่าว คือ โรงเรียนได้รับชื่อพระราชทาน ซึ่งจุดประสงค์ของมติดังกล่าว เพื่อป้องกันโรงเรียนที่มีความพยายามตัดคำว่าวัด ออกจากชื่อโรงเรียน โดยไม่มีหลักการ และมีผลประโยชน์แอบแฝง อาทิ ผอ.โรงเรียนบางแห่งต้องการตัดคำว่าวัดออก เพราะต้องการนำที่ดินของวัดไปออกเป็นโฉนด เป็นต้น ซึ่งตนได้สั่งให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้วว่าข้อมูลที่ได้รับรายงานนั้น เป็นจริงหรือไม่ และมีโรงเรียนกี่แห่งที่พยายามนำที่ดินวัดไปออกเป็นโฉนด เพื่อต้องการฮุบที่ดินวัดเป็นของโรงเรียน และหากตรวจพบว่ามีโรงเรียนใดฮุบที่ดินวัดก็จะตามทวงคืนแน่นอน
“ผมกำลังจะหารือกับวัดทั่วประเทศ ให้เร่งดำเนินการตรวจสอบการทำสัญญาเช่าที่ธรณีสงฆ์ ของโรงเรียนต่าง ๆ เพราะมีรายงานเบื้องต้นว่าโรงเรียนที่เช่าที่ดินวัดหลายแห่งไม่เคยทำสัญญา เช่า บางแห่งไม่ยอมจ่ายค่าเช่ามาแล้ว 20-30 ปี ซึ่งก็ทราบว่ามีหลายโรงเรียนไม่เห็นด้วยกับการทำสัญญาเช่าที่ธรณีสงฆ์ เพราะการทำสัญญาเช่าต้องมีการตั้งงบประมาณเพิ่มขึ้น ดังนั้นต้องหารือกับวัดให้ทำสัญญาเช่าให้ชัดเจนและต้องเก็บค่าเช่า โดยเฉพาะโรงเรียนที่ไม่เคยจ่ายค่าเช่าเลย หรือค้างค่าเช่ามานานแล้ว” ผอ.พศ.กล่าว
นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการ กิจการพระพุทธศาสนา ในคณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เบื้องต้นพบว่า มีโรงเรียนที่ตัดคำว่าวัดออกแล้ว อาทิ รร.วิมุตยารามพิทยากร รร.กุนนทีรุทธารามวิทยาคม รร.จันทร์ประดิษฐารามวิทยาคม รร.ชิโนรสวิทยาลัย รร.ไชยฉิมพลีวิทยาคม รร.ไตรมิตรวิทยาลัย รร.เทพลีลา รร.เทพศิรินทร์ และ รร.สุวรรณารามวิทยาคม เป็นต้น ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการฯจะร่วมกับ พศ. สำรวจจำนวนโรงเรียนที่ชัดเจนอีกครั้ง
ด้าน ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า การให้โรงเรียนใช้คำว่าวัดนำหน้าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่กระบวนการในการดำเนินงานนั้นต้องรอหนังสือที่เป็นมติแจ้งจาก มส.อีกครั้ง จากนั้นต้องนำหารือต่อที่ประชุม กพฐ. เพื่อพิจารณาระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสร้างความเข้าใจกับคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง นักเรียน และศิษย์เก่า เพื่อให้การขับเคลื่อนเรื่องนี้เป็นไปได้อย่างมีส่วนร่วม และเป็นที่ยอมรับ ทั้งนี้ตนเข้าใจว่ามติ มส.ที่ออกมาน่าจะมีผลใช้เฉพาะกับโรงเรียนที่เคยใช้คำว่าวัดนำหน้าชื่อ แต่กรณีโรงเรียนที่ไม่ได้ใช้มาตั้งแต่แรกน่าจะยกเว้น ทั้งนี้ปัจจุบันมีโรงเรียนที่อยู่ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 31,424 โรงเรียน เป็นโรงเรียนที่มีชื่อวัดอยู่ในชื่อของโรงเรียน 21,125 แห่ง แบ่งเป็น ระดับประถมศึกษา 20,907 แห่ง และระดับมัธยมศึกษา 218 แห่ง.
ที่มา เดลินิวส์ วันที่ 2 มีนาคม 2554
