Posts Tagged ‘สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน’

พศ.แฉมีรร.ลบ 'วัด' หวังฮุบธรณีสงฆ์

March 2nd, 2011

แฉมีโรงเรียน ลบ ‘วัด’ หวังฮุบธรณีสงฆ์

นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีมหาเถรสมาคม (มส.) มีมติเห็นชอบไม่ให้ตัดคำว่า “วัด” ที่ใช้นำหน้าชื่อโรงเรียนที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ธรณีสงฆ์ออก หากโรงเรียนใดตัดออกไปแล้วต้องนำกลับมาใส่เหมือนเดิม ว่า พศ.จะหารือกับฝ่ายต่าง ๆ ทั้งวัดที่โรงเรียนตั้งอยู่ ผู้บริหารโรงเรียนและกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อจัดทำหลักเกณฑ์ร่วมกัน ทั้งนี้มีโรงเรียนที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามมติดังกล่าว คือ โรงเรียนได้รับชื่อพระราชทาน ซึ่งจุดประสงค์ของมติดังกล่าว เพื่อป้องกันโรงเรียนที่มีความพยายามตัดคำว่าวัด ออกจากชื่อโรงเรียน โดยไม่มีหลักการ และมีผลประโยชน์แอบแฝง อาทิ ผอ.โรงเรียนบางแห่งต้องการตัดคำว่าวัดออก เพราะต้องการนำที่ดินของวัดไปออกเป็นโฉนด เป็นต้น ซึ่งตนได้สั่งให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้วว่าข้อมูลที่ได้รับรายงานนั้น เป็นจริงหรือไม่ และมีโรงเรียนกี่แห่งที่พยายามนำที่ดินวัดไปออกเป็นโฉนด เพื่อต้องการฮุบที่ดินวัดเป็นของโรงเรียน และหากตรวจพบว่ามีโรงเรียนใดฮุบที่ดินวัดก็จะตามทวงคืนแน่นอน

“ผมกำลังจะหารือกับวัดทั่วประเทศ ให้เร่งดำเนินการตรวจสอบการทำสัญญาเช่าที่ธรณีสงฆ์ ของโรงเรียนต่าง ๆ เพราะมีรายงานเบื้องต้นว่าโรงเรียนที่เช่าที่ดินวัดหลายแห่งไม่เคยทำสัญญา เช่า บางแห่งไม่ยอมจ่ายค่าเช่ามาแล้ว 20-30 ปี ซึ่งก็ทราบว่ามีหลายโรงเรียนไม่เห็นด้วยกับการทำสัญญาเช่าที่ธรณีสงฆ์ เพราะการทำสัญญาเช่าต้องมีการตั้งงบประมาณเพิ่มขึ้น ดังนั้นต้องหารือกับวัดให้ทำสัญญาเช่าให้ชัดเจนและต้องเก็บค่าเช่า โดยเฉพาะโรงเรียนที่ไม่เคยจ่ายค่าเช่าเลย หรือค้างค่าเช่ามานานแล้ว” ผอ.พศ.กล่าว

นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการ กิจการพระพุทธศาสนา ในคณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เบื้องต้นพบว่า มีโรงเรียนที่ตัดคำว่าวัดออกแล้ว อาทิ รร.วิมุตยารามพิทยากร รร.กุนนทีรุทธารามวิทยาคม รร.จันทร์ประดิษฐารามวิทยาคม รร.ชิโนรสวิทยาลัย รร.ไชยฉิมพลีวิทยาคม รร.ไตรมิตรวิทยาลัย รร.เทพลีลา รร.เทพศิรินทร์ และ รร.สุวรรณารามวิทยาคม เป็นต้น ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการฯจะร่วมกับ พศ. สำรวจจำนวนโรงเรียนที่ชัดเจนอีกครั้ง

ด้าน ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า การให้โรงเรียนใช้คำว่าวัดนำหน้าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่กระบวนการในการดำเนินงานนั้นต้องรอหนังสือที่เป็นมติแจ้งจาก มส.อีกครั้ง จากนั้นต้องนำหารือต่อที่ประชุม กพฐ. เพื่อพิจารณาระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสร้างความเข้าใจกับคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง นักเรียน และศิษย์เก่า เพื่อให้การขับเคลื่อนเรื่องนี้เป็นไปได้อย่างมีส่วนร่วม และเป็นที่ยอมรับ ทั้งนี้ตนเข้าใจว่ามติ มส.ที่ออกมาน่าจะมีผลใช้เฉพาะกับโรงเรียนที่เคยใช้คำว่าวัดนำหน้าชื่อ แต่กรณีโรงเรียนที่ไม่ได้ใช้มาตั้งแต่แรกน่าจะยกเว้น ทั้งนี้ปัจจุบันมีโรงเรียนที่อยู่ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 31,424 โรงเรียน เป็นโรงเรียนที่มีชื่อวัดอยู่ในชื่อของโรงเรียน 21,125 แห่ง แบ่งเป็น ระดับประถมศึกษา 20,907 แห่ง และระดับมัธยมศึกษา 218 แห่ง.

ที่มา เดลินิวส์ วันที่ 2 มีนาคม 2554

สพฐ.ตั้งเป้าค.ศ.2012 ผลประเมินเด็กไทยพุ่ง

March 2nd, 2011

ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยผลการประชุมผู้บริหารระดับสูง ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า สพฐ.ได้นำข้อมูลการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของเด็กไทย ในโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ หรือพิซ่า (PISA) ปี ค.ศ. 2009 มาเป็นฐานในการจัดทำแผนปฏิบัติการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน อย่างจริงจัง โดย สพฐ.ตั้งเป้าหมายว่า ต้องยกระดับผลการประเมินนักเรียนของพิซ่ารอบต่อไปในปี ค.ศ. 2012 ให้สูงขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่า มีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพการศึกษาหลายปัจจัย เช่น นักเรียนชนบทจะมีผลสัมฤทธิ์ต่ำกว่านักเรียนในเมือง โรงเรียนขนาดเล็กและกลางมีปัญหาเรื่องคุณภาพ เป็นต้น ซึ่ง สพฐ.จะขับเคลื่อนคุณภาพโรงเรียนใน กลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนมาตรฐานสากล โรงเรียนดีประจำอำเภอ หรือโรงเรียนดีประจำตำบล รวมถึงมุ่งพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กในชุมชนประมาณ 10,000 แห่ง ซึ่งครอบคลุมไปถึงโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา และโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็กด้วย โดยโรงเรียนเหล่านี้เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ สพฐ.ให้ความสำคัญในการเร่งรัดพัฒนาคุณภาพ

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า เพื่อเป็นการขับเคลื่อนและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน สพฐ.จะทำแผนปฏิบัติการ โดยมีแผนการขับเคลื่อนทางวิชาการ และแผนการบริหารจัดการสถานศึกษา หากการดำเนินงานตามแผนดังกล่าวสำเร็จ ก็เท่ากับว่า สพฐ. ได้ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนอย่างเป็นรูปธรรม และตน
เชื่อว่าในปี ค.ศ. 2012 หรือ พ.ศ. 2555 การประเมินนักเรียนระดับนานาชาติของไทยจะเพิ่มสูงขึ้นทั้ง 3 สมรรถนะ ได้แก่ การอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์

สพฐ.จะร่วมกับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) พัฒนาครู โดยเฉพาะครูที่สอนวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ในระดับประถมศึกษา ซึ่งถือเป็นการวางพื้นฐานการเรียนรู้ให้แก่นักเรียน ซึ่งครูที่ผ่านการประเมินในระดับสูง จำนวน 22,054 คน จะพัฒนาให้เป็นมาสเตอร์ทีชเชอร์ และระดับกลาง จำนวน 180,000 คน ก็จะได้รับการพัฒนาผ่านระบบออนไลน์ โดยใช้โรงเรียนประจำจังหวัดเป็นศูนย์จำนวน 45 ศูนย์” ดร.ชินภัทร กล่าว.

ที่มา เดลินิวส์ วันที่ 2 มีนาคม 2554

บด.2 วุ่นรวมตัวไล่ผู้อำนวยการอีก

March 1st, 2011

โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 2 รวมตัวไล่ผู้อำนวยการ

นายกมล บุญประเสริฐ

บด.2 วุ่นไม่เลิกรวมตัวไล่ผู้อำนวยการอีก “ชินภัทร”รุดฟังข้อเรียกร้องด้วยตัวเอง ยืนยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย…

เมื่อวันที่ 28 ก.พ. เวลา 12.00 น. ที่โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 2 (บด.2) ได้มีนักเรียน ผู้ปกครอง และศิษย์เก่า บด.2 ประมาณ 400 คน แต่งชุดดำวางพวงหรีด และถือป้ายประท้วงอยู่บริเวณเวทีหน้าเสาธงของโรงเรียน เรียกร้องให้มีการโยกย้ายนายกมล บุญประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงเรียน ไปอยู่ที่อื่น โดยอ้างว่ามีการบริหารงานที่ไม่โปร่งใส ขาดการดูแลเอาใจใส่โรงเรียนและนักเรียน ทำให้โรงเรียนตกต่ำลงอย่างมาก จึงเรียกร้องสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ตรวจสอบพฤติกรรม และโยกย้ายนายกมลออกจากการเป็น ผอ.บด.2 ทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่มีการกล่าวโจมตีนายกมลอยู่นั้น นางประจวบ ชำนิประศาสน์ ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน บด.2 ซึ่งอดีตผู้อำนวยการ บด.2 และผู้ก่อตั้ง บด.2 ได้เดินมาพูดคุยขอร้องบรรดาผู้ปกครอง นักเรียน และศิษย์เก่าที่กำลังประท้วงอยู่ขอให้ยุติการชุมนุม เนื่องจากเห็นว่าจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของทางโรงเรียน และพร้อมที่จะไปเจรจาหาข้อยุติของปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกับคณะกรรมการตรวจสอบที่ สพฐ.ได้ตั้งขึ้นมา ทำให้ผู้ปกครอง นักเรียน และศิษย์เก่าทยอยเดินแยกย้ายออกจากเวทีหน้าเสาธง แต่ได้ไปรวมตัวกันที่สนามกีฬาในร่มร่วมกันลงชื่อเรียกร้องให้โยกย้ายนายกมล ต่อ สพฐ.

วันเดียวกัน ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ตนจะไปรับฟังข้อเรียกร้องจากคณะครู นักเรียน ผู้ปกครอง และศิษย์เก่า บด.2 พร้อมจะรับฟังข้อเสนอแนะที่จะนำไปปรับปรุงการบริหารโรงเรียน และต้องการที่จะให้มีการเจรจาสองทาง เพราะ สพฐ.มีหน้าที่ดูแลการบริหารงานของโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็จะต้องยึดหลักธรรมาภิบาล และให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ตาม การดำเนินการกับ ผอ.โรงเรียนที่ถูกกล่าวหาในหลายประเด็นนั้น จะต้องฟังข้อมูลทั้งหมดก่อน แต่ยืนยันว่าจะไม่ปกป้องถ้ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมทุกอย่างจะว่ากันตามข้อเท็จจริง และจะไม่มีการตัดสินใจจากข้อมูลเพียงด้านเดียวแน่นอน.

ที่มา ไทยรัฐ วันที่ 1 มีนาคม 2554