Posts Tagged ‘สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน’

จี้สพป.ทำแผนยุบโรงเรียนเล็ก

April 16th, 2011

ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมได้เร่งรัดการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กในสังกัด สพฐ. ที่มีทั้งสิ้น 14,397 โรง จำแนกเป็น 7 ขนาด ได้แก่ โรงเรียนที่ไม่มีนักเรียนจำนวน 137 โรง โรงเรียนที่มีนักเรียน 1-20 คน จำนวน 444 โรง โรงเรียนที่มีนักเรียน 21-40 คน จำนวน 1,967 โรง โรงเรียนที่มีนักเรียน 41-60 คน จำนวน 3,082 โรง โรงเรียนที่มีนักเรียน 61-80 คน จำนวน 3,355 โรง โรงเรียนที่มีนักเรียน 81-100 คน จำนวน 3,040 โรง โรงเรียนที่มีนักเรียน 101-120 คน จำนวน 2,372 โรง โดยมอบหมายให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ไปจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาว่าจะดำเนินการอย่างไร จะเป็นการยุบรวม หรือ การยุบเลิกโรงเรียน ขณะเดียวกันการจัดทำแผนแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กของเขตพื้นที่นั้น ๆ จะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของการบริหารโรงเรียนขนาดเล็กของแต่ละเขตพื้นที่ฯ ด้วย

“ขณะนี้ สพฐ.กำลังโดนแรงกดดันจากภายนอกที่จะไม่คืนอัตราเกษียณอายุราชการทั้งหมดให้ แก่ สพฐ. เนื่องจากมองว่า สพฐ.ไม่ได้ขาดครูจริง ซึ่งหากพิจารณาให้ดี สพฐ.ขาดครูเป็นจำนวนมาก เพียงแต่ครูไม่มีการกระจายตัวออกไปเท่านั้น ดังนั้นหากไม่ได้รับคืนอัตราเกษียณอายุราชการ สพฐ.จะขอเป็นงบประมาณชดเชยบุคลากรครูแทน เพื่อนำเงินมอบให้เขตพื้นที่ฯในการนำไปบริหารจัดการกระจายครูในพื้นที่ได้ อย่างทั่วถึง” ดร.ชินภัทร กล่าว.

ข่าวการศึกษา ที่มา เดลินิวส์

'การศึกษาสงเคราะห์'ชีวิตใหม่เด็กด้อยโอกาส

April 12th, 2011

“เด็กด้อยโอกาสทางการศึกษาในวันนี้ จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่สร้างปัญหาให้แก่สังคม ด้วยเหตุผลที่มาจากความไม่รู้

แต่ หากทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสให้ ทั่วถึงและอย่างมีคุณภาพแล้ว สังคมในอนาคตจะมีบุคคลที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยพัฒนาในทุก ๆด้าน ” นี่คือ คำกล่าวของ ดร.บัญชร จันทร์ดา ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 23 จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งทำงานกับกลุ่มเด็กด้อยโอกาสมาเกือบทั้งชีวิต ตั้งแต่สมัยที่เป็นนักศึกษาอาสาสมัครของกรมประชาสงเคราะห์ ครูโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ จนกระทั่งนั่งเก้าอี้ผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งได้กล่าวย้ำกับสื่อมวลชน ที่ติดตามคณะ ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ออกตรวจเยี่ยมและนิเทศการดำเนินงานโรงเรียน เพื่อช่วยกระจายข่าวให้ทุกฝ่ายได้ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการศึกษาให้ แก่เด็กด้อยโอกาส

โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 23 จังหวัดพิษณุโลก ตั้งอยู่ที่ ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย เป็น 1 ใน 50 โรงเรียน ของกลุ่มโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ เป็นสถานศึกษาจัดการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสที่ไม่สามารถพึ่งตนเอง ครอบครัว และผู้ปกครองได้ จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือการบริการทางการศึกษาเป็นกรณีพิเศษต่าง จากกลุ่มเด็กด้อยโอกาสในโรงเรียนปกติทั่วไป

ดร.บัญชร เล่าถึงการจัดการศึกษาของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 23 จังหวัดพิษณุโลก ว่า ที่โรงเรียนจัดการศึกษาในรูปแบบโรงเรียนประจำ จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานฟรี 12 ปี สอนตั้งแต่ ชั้น ป.1- ม.6 ให้บริการครอบคลุมพื้นที่ จังหวัดพิษณุโลกทั้งจังหวัด และอำเภอท่าปลา อำเภอฟากท่า และอำเภอบ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ แต่ก็มีบ้างที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กด้อยโอกาสในจังหวัดอื่น ๆ ประสานส่งตัวมาเข้าเรียน ซึ่งที่นี่มีเด็กต้องการเข้าเรียนเป็นจำนวนมาก แต่ด้วยอาคาร สถานที่ที่จำกัด จึงต้องคัดเลือกเด็กเข้าเรียน ซึ่งปัจจุบันมีนักเรียนทั้งหมด 743 คน โดยการรับเด็กเข้าเรียนนั้น จะพิจารณาจากเด็กด้อยโอกาส 10 ประเภท คือ
1. เด็กที่ถูกบังคับให้ขายแรงงานหรือถูกบังคับให้ทำงานหารายได้ก่อนวัยอันควร
2. เด็กเร่ร่อน ที่ไม่มีที่อยู่อาศัยพักพิงเป็นหลักแหล่ง
3. เด็กที่อยู่ในธุรกิจทางเพศหรือโสเภณีเด็ก
4. เด็กที่ถูกทอดทิ้ง กำพร้า
5. เด็กที่ถูกทำร้ายทารุณ
6. เด็กยากจนมากเป็นพิเศษครอบครัวมีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี
7. เด็กในชนกลุ่มน้อย เช่น ชาวเขา ชาวเล เป็นต้น
8. เด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับสารเสพติด หรือ เสี่ยงต่อการถูกชักนำให้ประพฤติตนไม่เหมาะสม
9. เด็กที่ได้รับผลกระทบจากโรคเอดส์ หรือ โรคติดต่อร้ายแรงที่สังคมรังเกียจ และ
10. เด็กในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ตลอดจนเด็กหญิงที่ตั้งครรภ์นอกสมรส ซึ่งมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ เช่น การทำแท้ง การฆ่าตัวตาย และการทอดทิ้งทารก เป็นต้น

สำหรับการจัดการเรียนการสอนนอกจากจะให้เด็กได้เรียนรู้ทักษะวิชาการใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้แล้ว ยังเน้นการจัดการศึกษาเพื่ออาชีพด้วย โดยเชิญอาจารย์จากวิทยาลัยในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มาสอนวิชาชีพ ในด้านคหกรรม เกษตรกรรม และช่างไฟฟ้า เป็นต้น รวมทั้งให้เด็กได้รวมกลุ่มประกอบอาชีพหารายได้ระหว่างเรียน เช่น กลุ่มเลี้ยงปลา กลุ่มน้ำดื่ม และกลุ่มผลิตข้าว เป็นต้น ซึ่งทางโรงเรียนจะรับซื้อ และบางส่วนก็นำไปจำหน่ายให้แก่คนในชุมชนใกล้เคียง ทั้งนี้เพราะคำตอบที่เด็กหรือครอบครัวต้องการมากที่สุด คือ ขอให้เด็กเมื่อจบการศึกษาแล้วมีงานทำ ส่วน ครู ความภาคภูมิใจที่ทำให้ยิ้มได้ คือ ลูกศิษย์ประสบความสำเร็จ และที่ผ่านมานักเรียนซึ่งจบจากโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ ก็เป็นที่ยอมรับจากสังคมว่า เป็นผู้แกร่งในประสบการณ์ สามารถสร้างชีวิตใหม่ให้แก่ตนเอง ช่วยเหลือครอบครัว และมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่ตนอยู่ให้เจริญก้าวหน้าได้

ความภาคภูมิใจที่สามารถหารายได้ระหว่างเรียนสะท้อนออกจากคำบอกของ “เคน” หรือ นายสุวิจักษณ์ ชาวไร่นา นักเรียนชั้น ม.3 ที่เล่าด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ว่า นอกจากจะได้ความรู้ทางวิชาการแล้ว ยังช่วยพ่อ แม่ ทำงานได้ โดยคุณครูได้แบ่งที่ดินให้ปลูกผักคนละ 2 แปลง ซึ่งตนจะปลูกผักกวางตุ้ง และผักบุ้งเก็บขายให้โรงอาหารของโรงเรียน ขณะเดียวกันก็ได้ทำงานอยู่ในกลุ่มโรงสีข้าว ทำให้มีรายได้เดือนละ 800-900 บาท

ปัจจุบันประเทศไทยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จัดบริการทางการศึกษาให้แก่เด็กด้อยโอกาส โดยมีรูปแบบที่หลากหลาย และเฉพาะข้อมูลจากกลุ่มโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ของ สพฐ. ซึ่งนับจนถึงวันที่ 10 มิถุนายน 2553 พบว่า ทั้ง 50 โรงเรียน สามารถรองรับเด็กด้อยโอกาสได้ถึง 38,942 คน แต่ก็เชื่อว่ายังไม่เพียงพอต่อเด็กด้อยโอกาสที่ยังรอคอยโอกาสทางการศึกษา

การศึกษาน่าจะเป็นของขวัญชิ้นสำคัญที่สุดสำหรับเด็กด้อยโอกาส ดั่งคำกล่าวของ ม.ล.ปิ่น มาลากุล ที่ว่า “ จุดประทีปดวงใดก็ไม่เหมือน สงเคราะห์เพื่อนผู้ขาดวาสนา ชีวิตน้อยค่อยชื่นตื่นขึ้นมา รับแสงแจ่มเจิดจ้าจากตะวัน ”.

ณัชชารีย์ วิเชียรรัตน์

ข่าวการศึกษา ที่มา เดลินิวส์

รร.ในกรุงเทพฯว่างรับได้อีก3พัน

April 6th, 2011

รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการรับนักเรียนของสถานศึกษา ปีการศึกษา 2554 เปิดเผยว่าในวันที่ 7 เม.ย.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการติดตามฯ ร่วมกับนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อสรุปรายงานผลการรับนักเรียนชั้น ม.1 และ ม. 4 ของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่าเป็นอย่างไรและมีปัญหาอะไรบ้าง ซึ่งในเบื้องต้นขณะนี้การรับนักเรียนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและกำลังอยู่ ระหว่างดำเนินการเกลี่ยนักเรียนที่ยังไม่มีที่เรียนไปยังโรงเรียนตามที่นัก เรียนได้แจ้งความ จำนงไว้ในช่วงการสมัครสอบคัดเลือก โดยระดับชั้น ม.1 ตนได้รับรายงานล่าสุดว่า โรงเรียนในเขตกรุงเทพฯยังมีที่ว่างอยู่ประมาณ 3,000 กว่าคน ดังนั้นไม่น่าจะมีปัญหาในการเกลี่ยนักเรียน สำหรับ ชั้นม.4 เฉพาะโรงเรียนเขตกรุงเทพฯ พบว่ามี นักเรียนที่สอบเข้าเรียนในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงมารายงานตัวไม่ ครบ ทำให้โรงเรียนต้องเรียกนักเรียนที่ได้คะแนนลำดับถัดไปมารายงานตัวแทน ซึ่งเด็กที่ไม่มารายงานตัวนั้นทราบข้อมูลว่าส่วนหนึ่งจะไปเรียนโรงเรียน เอกชนและเรียนสายอาชีวศึกษาแทน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดีที่เด็กสนใจไปเรียนสายอาชีวศึกษา

ด้าน นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ รักษาการ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กรุงเทพมหานคร เขต 1 กล่าวว่า ในวันที่ 5 เม.ย.นี้ จะพิจารณาจัดสรรที่เรียนให้นักเรียนทุกคน ซึ่งกรณีของเด็ก สพม.กรุงเทพฯ เขต 1 นั้นไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะโรงเรียนในสังกัดยังมีที่ว่างจำนวนมาก โดยขณะนี้มีที่ว่าง 3,779 คน และต้องรอดูว่า หลังจากจัดสรรที่เรียนแล้วจะว่างอีกจำนวนเท่าไร และหลังจากเกลี่ยนักเรียนใน สพม.กรุงเทพฯ เขต 1 เสร็จแล้วหากยังมีที่ว่างก็จะเปิดรับเด็กเขตพื้นที่การศึกษาอื่นมาเรียนได้

นายสุรศักดิ์ ศรีสว่างรัตน์ ผอ.สพม.กรุงเทพฯ เขต 2 กล่าวว่า มีนักเรียนมาแจ้งความจำนงให้จัดสรรที่เรียนที่ สพม.กรุงเทพฯ เขต 2 กว่า 300 ราย เพราะส่วนใหญ่เด็กจะไปแจ้งไว้ที่โรงเรียนที่เด็กไปสมัครสอบและจับสลาก ซึ่งขณะนี้ตนได้มอบให้เจ้าหน้าที่รวบรวมจำนวนนักเรียนทั้งหมดที่มาแจ้งความ จำนง เพื่อนำมาจัดสรรที่เรียนให้ในวันที่ 5 เม.ย.นี้.

ข่าวการศึกษา ที่มา เดลินิวส์

สพฐ.นำเข้าครู-นศ.ต่างชาติสอนอังกฤษ

March 31st, 2011

ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยผลการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางแก้ปัญหาการขาดแคลนครูผู้สอนภาษาอังกฤษ โดยได้มอบให้สถาบันภาษาอังกฤษ สพฐ. ประสานกับกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อยกร่างยุทธศาสตร์พัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ โดยจัดหาครูชาวต่างชาติมาสอนในโรงเรียนสังกัด สพฐ. ผ่านความร่วมมือกับสถานทูตของประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ หรือ ภาษาราชการ อาทิ สหรัฐอเมริกา แคนาดา นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ และอินเดีย เป็นต้น เพื่อเปิดรับสมัครครูที่เกษียณอายุ หรือ นักศึกษาของประเทศนั้น ๆ ที่จบหรือเรียนปีสุดท้ายของการศึกษาปริญญาตรีหรือปริญญาโท ด้านครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ซึ่งต้องการหาประสบการณ์ฝึกสอน หรืออาสาสมัครของมูลนิธิองค์กรต่าง ๆ เข้ามาสอน ทั้งนี้ ในเร็ว ๆนี้จะเชิญ รมว.ศึกษาธิการ และ รมว.การต่างประเทศ มาหารือร่วมกันในเชิงนโยบายอีกครั้ง พร้อมทั้งร่วมกันยกร่างกรอบความร่วมมือดังกล่าว และเสนอขออนุมัติงบประมาณสนับสนุนจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้ทันสอนในภาคเรียนที่ 2/2554

“สพฐ.เคยมีเป้าหมายจะจัดหาครูชาวต่างชาติเข้ามาสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทยปี ละ 1,000 คน แต่กระทรวงการต่างประเทศ เห็นว่า เพื่อให้การคัดกรองเป็นไปอย่างรอบคอบในปีแรกจึงยังไม่ควรมีจำนวนที่สูงนัก ดังนั้นในปี 2554 จึงจะเสนอขอ 300 คนต่อปี และมีการต่อสัญญาจ้างปีต่อปี ใช้งบประมาณปีละ 350 ล้านบาท โดยขอเป็นโครงการต่อเนื่องระยะเวลา 5 ปี ซึ่งจะพอดีกับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เพื่อให้ครูเหล่านี้ได้ทำการสอนในโรงเรียนมาตรฐานสากล โรงเรียนดีประจำอำเภอ และโรงเรียนดีประจำตำบลด้วย” ดร.ชินภัทรกล่าวและว่า อย่างไรก็ตามปัจจุบัน สพฐ.มีครูจบเอกภาษาอังกฤษโดยตรง ที่สอนระดับมัธยมศึกษา 25,000 คน และสอนระดับประถมศึกษา 5,000 คน ซึ่งถือว่าน้อย ดังนั้นหากมีครูต่างชาติเหล่านี้เข้ามาเสริมก็จะช่วยแก้ปัญหาได้” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว.

ข่าวการศึกษา ที่มา เดลินิวส์

โรงเรียนสังกัด สพม.กทม.เขต 1-2 มีที่ว่าง

March 29th, 2011

ดังนี้ ร.ร.นวมินทราชูทิศ กรุงเทพฯ ร.ร.บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 4 ร.ร.มัธยมวัดหนองจอก ร.ร.ลาดปลาเค้าพิทยาคม ร.ร.รัตนโกสินทร์สมโภชลาดกระบัง ร.ร.มัธยมวัดบึงทองหลาง ร.ร.ดอนเมืองจาตุรจินดา ร.ร.สีกัน (วัฒนานันท์อุปถัมภ์)…

หลังจากที่มีการประกาศผลสอบและจับสลากนักเรียนในเขตพื้นที่บริการ เพื่อเข้าเรียนต่อชั้น ม.1 ประจำปีการศึกษา 2554 ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และยังมีนักเรียนที่พลาดหวังยังไม่มีที่เรียนจำนวนหนึ่งนั้น นายสุรศักดิ์ ศรีสว่างรัตน์ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กรุงเทพมหานคร เขต 2 กล่าวว่า ในส่วน สพม.กทม.เขต 2 มีนักเรียนที่ยังไม่มีที่เรียนกว่า 2,000 คน โดยยังมีโรงเรียนรองรับได้หมด ทางเขตพื้นที่จะเปิดให้ผู้ปกครองนักเรียนที่ยังไม่มีที่เรียนมาแจ้งความจำนงเพื่อจัดสรรที่เรียนในวันที่ 3-4 เม.ย. และจะประกาศผลการจัดสรรที่เรียนในวันที่ 7 เม.ย. สำหรับ ร.ร.ในเขต สพม.กทม.เขต 2 ยังมีที่ว่างรับนักเรียนได้ดังนี้ ร.ร.นวมินทราชูทิศ กรุงเทพฯ ร.ร.บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 4 ร.ร.มัธยมวัดหนองจอก ร.ร.ลาดปลาเค้าพิทยาคม ร.ร.รัตนโกสินทร์สมโภชลาดกระบัง ร.ร.มัธยมวัดบึงทองหลาง ร.ร.ดอนเมืองจาตุรจินดา ร.ร.สีกัน (วัฒนานันท์อุปถัมภ์) ร.ร.พรตพิทยพยัต ร.ร.ราชดำริ ร.ร.ศรีพฤฒา ร.ร.บางกะปิสุขุมนวพันธ์ ร.ร.กุนนทีรุทธารามวิทยาคม ร.ร.พุทธจักรวิทยา ร.ร.มัธยมวัดธาตุทอง ร.ร.ปทุมคงคา ร.ร.ยานนาเวศวิทยาคม ร.ร.นนทรีวิทยา และ ร.ร. เจ้าพระยาวิทยาคม

นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ รักษาการ ผอ.สพม. กรุงเทพฯ เขต 1 กล่าวว่า ส่วนใน เขต 1 ยังมีที่นั่งว่างรับนักเรียนชั้น ม.1 ได้ 3,770 คน ม.4 จำนวน 1,825 คน ดังนี้ ร.ร.ไตรมิตรวิทยาลัย ม.1 รับได้ 69 คน ม.4 รับได้ 37 คน ร.ร.มักกะสันพิทยา ม.1 รับได้ 200 คน ม.4 รับได้ 100 คน ร.ร.วัดสระเกศ ม.1 รับได้ 64 คน ม.4 รับได้ 40 คน ร.ร.วัดราชบพิธ ม.1 รับได้ 113 คน ร.ร.วัดสังเวช ม.1 รับได้ 159 คน ม.4 รับได้ 123 คน ร.ร.มัธยมวัดเบญจมบพิตร ม.1 รับได้ 98 คน ม.4 รับได้ 19 คน ร.ร.ราชนันทาจารย์สามเสนวิทยาลัย 2 ม.1 รับได้ 90 คน ม.4 รับได้ 67 คน ร.ร.วัดบวรนิเวศ ม.1 รับได้ 130 คน ม.4 รับได้ 43 คน ร.ร.วัดราชาธิวาส ม.1 รับได้ 96 คน ม.4 รับได้ 24 คน ร.ร.ศีลาจารพิพัฒน์ ม.1 รับได้ 77 คน ม.4 รับได้ 46 คน ร.ร.สุวรรณสุทธารามวิทยา ม.1 รับได้ 143 คน ม.4 รับได้ 84 คน ร.ร.สันติราษฎร์วิทยาลัย ม.4 รับได้ 45 คน ร.ร.มัธยมวัดมกุฏกษัตริย์ ม.1 รับได้ 129 คน ม.4 รับได้ 84 คน ร.ร.วัดน้อยนพคุณ ม.1 รับได้ 129 คน ม.4 รับได้ 53 คน ร.ร.วัดประดู่ในทรงธรรม ม.1 รับได้ 170 คน ร.ร.ไชยฉิมพลีวิทยาคม ม.1 รับได้ 178 คน ม.4 รับได้ 122 คน ร.ร.วัดรางบัว ม.1 รับได้ 80 คน ม.4 รับได้ 20 คน ร.ร.ราชวินิตบางแคปานขำ ม.1 รับได้ 87 คน ร.ร.นวลนรดิศวิทยาคมรัชมังคลาภิเษก ม.1 รับได้ 164 คน ม.4 รับได้ 50 คน

ร.ร.ฤทธิณรงค์รอน ม.1 รับได้ 84 คน ม.4 รับได้ 113 คน ร.ร.สวนอนันต์ ม.1 รับได้ 155 คน ม.4 รับได้ 9 คน ร.ร.วัดปากน้ำวิทยาคม ม.1 รับได้ 16 คน ม.4 รับได้ 28 คน ร.ร.วัดบวรมงคล ม.1 รับได้ 117 คน ม.4 รับได้ 82 คน ร.ร.วิมุตยารามพิทยากร ม.1 รับได้ 250 คน ม.4 รับได้ 12 คน ร.ร.ธนบุรีวรเทพีพลารักษ์ ม.1 รับได้ 110 คน ม.4 รับได้ 159 คน ร.ร.วัดอินทาราม ม.1 รับได้ 94 คน ม.4 รับได้ 15 คน ร.ร.มัธยมวัดดาวคนอง ม.1 รับได้ 147 คน ม.4 รับได้ 120 คน ร.ร.มหรรณพาราม ม.1 รับได้ 19 คน ร.ร.ทีปังกรณ์วิทยาพัฒน์ (ทวีวัฒนา) ม.1 รับได้ 182 คน ม.4 รับได้ 55 คน ร.ร.ทีปังกรณ์วิทยาพัฒน์ (วัดน้อยใน) ม.1 รับได้ 50 คน ม.4 รับได้ 135 คน ร.ร.สุวรรณพลับพลาพิทยาคม ม.1 รับได้ 84 คน ร.ร.ทวีธาภิเษก 2 ม.1 รับได้ 10 คน ม.4 รับได้ 20 คน ร.ร.พิทยาลงกรณ์พิทยาคม ม.1 รับได้ 30 คน ม.4 รับได้ 10 คน ร.ร.วัดพุทธบูชา ม.1 รับได้ 126 คน ม.4 รับได้ 30 คน ร.ร. อิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ม.4 รับได้ 40 คน ร.ร.แจงร้อนวิทยา ม.1 รับได้ 120 คน ม.4 รับได้ 40 คน.

ข่าวการศึกษา ที่มา ไทยรัฐ

ยันรับเด็กเดินถูกทาง-เผยที่นั่งว่าง ม.4 ผ่านเว็บ

March 25th, 2011

สพม.เผยเตรียมรวบรวมข้อมูลที่นั่งว่าง ม.4 ผ่านเว็บไซต์ของเขตพื้นที่ฯ

‘ชินวรณ์’ ยันรับเด็กเดินถูกทาง-สพม.เผยเตรียมรวบรวมข้อมูลที่นั่งว่าง ม.4 ผ่านเว็บไซต์ของเขตพื้นที่ฯภายในสัปดาห์นี้…

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวกรณีมีผู้ปกครองนักเรียนโทรศัพท์มายังสายด่วน 1579 เพราะไม่พอใจนโยบายรับนักเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า นโยบายดังกล่าวผ่านขั้นตอนแสดงความคิดเห็นจากทุกฝ่ายจนนำมาสู่การออกกฎ 9 ข้อ ซึ่งเป็นธรรมดาของผู้ปกครองนักเรียนที่ผิดหวังอาจไม่พอใจ แต่นักเรียนส่วนใหญ่ที่สอบได้ก็ส่งจดหมายและอีเมล์มาให้ กำลังใจตน ซึ่งปีนี้มีผู้สมัครเข้าเรียนชั้น ม.1 ประมาณ 270,000 คน และมีผู้ที่เข้าเรียนในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงได้ถึงร้อยละ 85 เชื่อว่านโยบายรับนักเรียนเดินมาถูกทางแล้ว

“นโยบายดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งอย่างแน่นอน เพราะตอนที่ประกาศก็มีแต่ผู้อำนวยการสถานศึกษาปรบมือให้กำลังใจ ซึ่งผมอยากถามว่าจะให้ผมมาเป็นรัฐมนตรีเพื่อรับฝากเด็กหรือให้มาเพื่อเดินหน้าปฏิรูปการศึกษา” รมว.ศึกษาธิการกล่าวและว่า ภาพรวมการรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษมีร้อยละ 1.5 หรือ 3,000 คน ส่วนที่บางโรงเรียนรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษจำนวนมากได้รับรายงานว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่วางไว้

ด้านนายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ ผอ.ร.ร.โยธินบูรณะ รักษาการ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กรุงเทพฯ เขต 1 กล่าวว่า ขณะนี้มีเด็กในพื้นที่ สพม.เขต 1 ที่ยังไม่มีที่เรียนชั้น ม.1 ประมาณ 1,200 คน ซึ่งจะจัดสรรที่เรียนให้แก่เด็กทุกคน ส่วนโรงเรียนใดที่ยังมีที่นั่งชั้น ม.4 ว่างอยู่นั้น เขตพื้นที่ฯจะเร่งรวบรวมข้อมูลและประกาศ ผ่านเว็บไซต์ของเขตพื้นที่ฯภายในสัปดาห์นี้.

ข่าวการศึกษา ที่มา ไทยรัฐ วันที่ 25 มีนาคม 2554

อาชีวะปลื้มเด็กแห่สมัครเกินคาด

March 23rd, 2011

ดร.สืบแสง พรหมบุญ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานศูนย์ประสานงานการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2554 เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางศูนย์ฯกำลังรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับผ่านสายด่วน 1579 ในช่วงการรับสมัคร 12-16 มี.ค. ซึ่งเบื้องต้นพบว่ายังมีผู้ปกครองที่ไม่เข้าใจแนวปฏิบัติการรับนักเรียน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะยุ่งหรือไม่มีเวลา ส่วนเรื่องร้องเรียนยังไม่มีเข้ามา อย่างไรก็ตามหลังประกาศผลรับนักเรียนวันที่ 22 มี.ค. ตนอยากให้ผู้ปกครองที่บุตรหลานพลาดหวังควรให้บุตรหลานได้เข้าโรงเรียนสำรอง ที่เลือกไว้ ทุกคนก็จะมีที่เรียนแน่นอน ไม่ควรยึดติดกับชื่อเสียงของโรงเรียน เพราะไม่ว่าอยู่โรงเรียนไหนก็เรียนแล้วประสบความสำเร็จได้เช่นกัน ด้าน น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รมช.ศธ. กล่าวถึงการรับสมัครปวช. รอบที่ 1 เมื่อวันที่ 12-16 มี.ค.ว่า ปีนี้เป็นครั้งแรกที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)เปิดรับสมัครช่วงเวลาเดียวกับการรับสมัครนักเรียนม.4 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปรากฏว่า มีเด็กสมัครเข้าเรียนต่ออาชีวศึกษามากถึง 160,000 คน คิดเป็น 65-70% ของเป้าหมายที่ตั้งไว้ 204,850 คน ทำให้เห็นว่าค่านิยมการเรียนต่ออาชีวศึกษาของเด็กไทยเริ่มมีมากขึ้น ต่างจากที่ผ่านมาที่มักจะเรียนสายอาชีพเมื่อพลาดหวังจากการคัดเลือกเข้า ม.4 น.ส.นริศรา กล่าวต่อไปว่า เดิมคิดว่าการรับสมัครพร้อมสพฐ. น่าจะมีเด็กมาสมัครไม่ถึง 50,000 คน หรือประมาณ 30% ของเป้าหมาย แต่กลับมีมากถึง 65-70% ซึ่งไม่เคยมีปรากฏการณ์เช่นนี้มาก่อน อย่างไรก็ตามสถานศึกษาอาชีวะยังจะเปิดรับสมัครรอบ 2 ในวันที่ 20-30 เม.ย. 54 เพิ่มจากแผนอีก 65,000 คน ซึ่งนักเรียนที่สนใจสอบถามได้ที่ศูนย์ประสานงานการรับนักเรียน สอศ. โทร.1156 เว็บไซต์ www.vec.go.th หรือสถานศึกษาสังกัด สอศ.ทุกแห่งทั่วประเทศ “10 อันดับแรกที่มีผู้สมัครมากที่สุด ได้แก่ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี (วษท.) บุรีรัมย์ สมัครเกินเป้าหมาย 330%, วษท.อุทัยธานี 308% วิทยาลัยสารพัดช่างอุดรธานี 297% วิทยาลัยการอาชีพ (วก.) วารินชำราบ 255% วก.สตึก 232% วิทยาลัยเทคนิค (วท.) หาดใหญ่ 195% วิทยาลัยพณิชยการ (วพ.) บางนา 194% วิทยาลัยอาชีวศึกษา (วอศ.) นครศรีธรรมราช 194% วท.เชียงใหม่ 193% และ วท.สระบุรี 187%” รมช.ศธ.กล่าว ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า สถานศึกษาที่มีนักเรียนสมัครเกินเป้าหมายต้องมีการเพิ่มห้องเรียนในสาขา วิชาชีพที่มีความต้องการสูง อาทิ พาณิชยนาวี โลจิส ติกส์ ช่างเชื่อม อาหารและเกษตร ฯลฯ รวมทั้งเปิดสาขาวิชาใหม่ที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงาน และจัดหาทรัพยากรเพิ่มเติมให้แก่สถานศึกษา ประกอบด้วย ครูและบุคลากร วัสดุ เครื่องมืออุปกรณ์ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ และงบประมาณอุดหนุนตามนโยบายเรียนฟรี เรียนดี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนได้คุณภาพมาตรฐาน.

ข่าวการศึกษา ที่มา เดลินิวส์ วันที่ 23 มีนาคม 2554

วอนผู้ปกครองอย่าฝืนศักยภาพลูก เกรดต่ำเรียนไม่ไหวไร้ความสุข

March 17th, 2011

ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ทำหนังสือแจ้งเวียนเกี่ยวกับปฏิทินการรับนักเรียนเพิ่มเติม ปีการศึกษา 2554 ไปยังโรงเรียนต่าง ๆ โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง โดยวันที่ 17 มี.ค. 54 จะมีการเชิญ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) และ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) รวมถึง ผอ.โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง 366 โรง มาประชุมซักซ้อมถึงแนวทางการปฏิบัติเรื่องการรับนักเรียนประจำปี 2554 เนื่องจากยังมีกิจกรรมบางส่วนที่ต้องดำเนินการโดยเฉพาะการประกาศรายชื่อการ รับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษที่จะมีขึ้นในวันที่ 18 มี.ค. 54 และ การสอบชั้น ม.1 ในวันที่ 19 มี.ค. 54 สอบ ม.4 วันที่ 20 มี.ค. 54 ประกาศผลสอบ ม.1 วันที่ 22 มี.ค. 54 และ ม.4 วันที่ 24 มี.ค. 54 จับสลาก ชั้น ม.1 วันที่ 27 มี.ค. 54 ส่วนการสละสิทธิของนักเรียนชั้น ม.1 ทั้งในส่วนของนักเรียนเงื่อนไขพิเศษและสอบทั่วไปนั้น จะต้องยึดหลักการเรียกจากบัญชีสำรองขึ้นมาแทนซึ่ง จะประกาศผลในวันที่ 30 มี.ค.

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า สำหรับกรณีนักเรียนที่จบชั้น ม.3 และต้องการเรียนต่อชั้น ม.4 โรงเรียนเดิมที่ยังมีปัญหาการร้องเรียนอยู่ในขณะนี้นั้น ตามระเบียบวิธีการรับนักเรียนจบ ม.4 ได้แบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ การให้โรงเรียนจัดทำแผนการรับนักเรียน ม.4 และการให้รับนักเรียนชั้น ม.3 ที่มีศักยภาพเหมาะสมให้เต็มแผนการรับร้อยละ 80 และอีกไม่เกินร้อยละ 20 ให้เปิดรับนักเรียนจากภายนอกโดยการสอบ เพื่อให้นักเรียนจากภายนอกทั้งโรงเรียนขยายโอกาส และโรงเรียนเอกชนได้มีโอกาสเข้ามาเรียนในโรงเรียนที่มีการอัตราการแข่งขัน สูงได้ อีกทั้งจากประสบการณ์ที่ผ่านมาพบว่านักเรียนที่จบ ม.3 แต่มีผลการเรียนต่ำกว่า 1.5 แล้วฝืนที่จะเรียนต่อในสายสามัญจะเรียนอย่างไม่มีความสุข ซึ่งไม่เกิดผลดีกับตัวเด็กเอง

“เรื่องนี้เป็นเรื่องของโรงเรียนที่จะต้องพิจารณาให้เกิดความเป็นธรรม และในอนาคต สพฐ.มีแผนว่า จะลดการรับ ม.1 ให้น้อยลง และรับ ม.4 เพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ตัวป้อนจากต้นทางลดลง จะส่งผลให้ต่อไปการจบชั้น ม.3 ลดแรงเสียดทานในการต่อชั้นม.4 ได้ แต่ทั้งนี้ สพฐ.จะต้องประสานกับทางกรุงเทพมหานครและโรงเรียนเอกชนในการทำแผนการรับนัก เรียนที่ชัดเจน เพื่อเป็นหลักประกันให้ได้ก่อนว่าเด็กทุกคนต้องมีที่เรียน” ดร.ชินภัทร กล่าว.

สั่งสพฐ.ตั้งตำแหน่งสำรองราชการ10 ตำแหน่ง

March 9th, 2011

สพฐ.ตั้งตำแหน่งสำรองราชการ10ตำแหน่งดัดหลังผู้บริหารเข้าข่าย4ความผิดทุจริต ความผิดทางเพศไม่สนองนโยบาย

วันนี้ 8 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ. ) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษา ว่า ก.ค.ศ.ได้อมุมัติตามที่ตนเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตั้งตำแหน่งสำรองราชการ 10 ตำแหน่ง ถือเป็นการกำหนดตำแหน่งสำรองราชการขึ้นเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการเพื่อรอง รับผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ที่ปฏับติหน้าที่เข้าข่ายความผิด 4 กรณี ดังนี้
1. ถูกกล่าวหาว่า ทุจริตคอรัปชั่น จะสั่งสำรองราชการทันที
2. ถูกกล่าวหากรณีเกี่ยวข้องกับความผิดทางเพศ จัสั่งสำรงอราชการทันที
3. ไม่ดำเนินการตามนโยบายของ ศธ.โดยเฉพาะนโยบายรับนักเรียน หรือ นโยบายเรียนฟรี เรียนดี 15 ปี อย่างคุณภาพซึ่งเป็นโครงการหลัก
4. ปล่อปะละเลย ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ เนื่องจากยุคนี้เป็นช่วงเร่งรัดการปฏิรูปการศึกษา ที่มุ่งเน้นด้านคุณภาพ เพราะฉะนั้น ถ้าไปตรวจราชการแล้ว พบผู้บริหารการศึกษา หรือผู้บริหารสถานศึกษา ปล่อยปะละเลย ขาดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานที่มีผลปรากฎชัดแจ้ง เช่น เป็นผู้บริหารแต่ไม่มาโรงเรียนเป็นสิบวัน และไม่มีบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ไปปฏิบัติหน้าที่ที่ใด ถือว่าเป็นการหย่อนยานในการปฏิบัติหน้าที่

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า การตั้งตำแหน่งสำรองราชการดังกล่าว ใช้วิธีตัดโอนตำแหน่งข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษาในสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาการประถมศึกษา มากำหนดตำแหน่งสำรองราชการรวม 10 ตำแหน่ง โดย ก.ค.ศ.ให้อำนาจ อ.ก.ค.ศ.ส่วนราชการหรือ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา เป็นผู้พิจารณาตัดโอนตำแหน่งมาตั้งเป็นตำแหน่งสำรองราชการได้ พร้อมอนุมัติให้ส่วนราชการอื่นสามารถดำเนินการตัดโอนตำแหน่งเพื่อมาประจำใน หน่วยงานทางการศึกษาหรือสถานศึกษาได้ตามที่ได้รับอนุมัติตจาก ก.ค.ศ. ซึ่งทำให้มีตำแหน่งรองรับผู้ที่กระทำผิด สามารถโอนตำแหน่งมาสำรองราชการได้ทันทีที่พบว่า กระทำความผิดเข้าข่าย 4 กรณีข้างต้น และสามารถตั้งคนมาแทนในตำแหน่งเดิมของผู้บริหารที่ถูกย้ายมาสำรองราชการได้ ทันทีเช่นกัน

ข่าวการศึกษา ที่มา เดลินิวส์

นายกฯกดปุ่มโอนเงินเรียนฟรีให้ ร.ร.

March 8th, 2011

นายกฯกดปุ่มโอนเงินเรียนฟรีให้ ร.ร.โวผลสำรวจประชาชนพึงพอใจ “ชินวรณ์” ยันยุบสภาไม่กระทบนโยบาย…

เมื่อวันที่ 7 มี.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งในพิธีโอนเงินสู่สถานศึกษาตามนโยบาย “เรียนฟรี เรียนดี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ ปีที่ 3” ที่ อิมแพค เมืองทองธานี ว่า รัฐบาลได้เน้นย้ำกระบวนการพัฒนาคนเป็นเรื่องหลักในการวางรากฐานพัฒนาประเทศ โดยได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา ซึ่งโครงการการเรียนฟรีฯ ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญที่เด็กทุกคนจะได้รับ นอกจากโครงการนี้จะช่วยสร้างโอกาสทางการศึกษาแล้ว ยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และการแสดงความมีน้ำใจของผู้ปกครองที่มีฐานะดีที่ได้สละสิทธิ์เงินเรียนฟรีด้วย

“นโยบายเรียนฟรีฯ เป็นนโยบายที่ได้รับเสียงตอบรับสูงสุด จะเห็นได้จากผลสำรวจจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ และสถาบันต่างๆ ซึ่งยืนยันว่าประชาชนได้รับประโยชน์และพึงพอใจมาก โดยหลังจากนี้จะปรับปรุงจุดที่เป็นช่องว่างและจุดอ่อนในการขับเคลื่อนนโยบาย รวมทั้งดูแลให้นโยบายนี้มีคุณภาพอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต” นายอภิสิทธิ์กล่าวและว่า ขอเน้นย้ำว่าการจัดการศึกษาจะพยายามทำให้ทุกคนได้รับโอกาสอย่างทั่วถึง และมีคุณภาพ ซึ่งในแผนปฏิรูปประเทศไทย ก็ได้จัดแผนการดำเนินงานที่จะให้เด็กตกหล่นจากระบบการศึกษามีโอกาสในการพัฒนาตนเอง และนำเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกรัฐมนตรี พร้อมนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ นายไชยยศ จิรเมธากร รมช.ศึกษาธิการ และ น.ส.นริศรา ชวาล–ตันพิพัทธ์ รมช.ศึกษาธิการ รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ร่วมกดปุ่มโอนเงินจำนวน 40,000 ล้านบาท ให้แก่สถานศึกษาทั่วประเทศ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า แม้รัฐบาลจะมีการประกาศยุบสภาและจะมีการเลือกตั้งใหม่ แต่จะไม่กระทบต่อการศึกษาเพราะตนได้พยายามทำทุกเรื่องของนโยบายการศึกษาไม่ให้ผูกติดกับระบบการเมือง ส่วนนโยบายการรับนักเรียนชั้น ม. 1 และ ม. 4 ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2554 นั้น แม้จะไม่มีใครร้องเรียนเข้ามาแต่ตนก็จะเชิญคณะกรรมการองค์กรหลักลงไปตรวจสอบความโปร่งใส และหลังวันที่ 10 มิ.ย. ตนจะลงไปตรวจสอบเอง.

ข่าวการศึกษา ที่มา ไทยรัฐ วันที่ 8 มีนาคม 2554