Posts Tagged ‘สพฐ.’

จี้สพป.ทำแผนยุบโรงเรียนเล็ก

April 16th, 2011

ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมได้เร่งรัดการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กในสังกัด สพฐ. ที่มีทั้งสิ้น 14,397 โรง จำแนกเป็น 7 ขนาด ได้แก่ โรงเรียนที่ไม่มีนักเรียนจำนวน 137 โรง โรงเรียนที่มีนักเรียน 1-20 คน จำนวน 444 โรง โรงเรียนที่มีนักเรียน 21-40 คน จำนวน 1,967 โรง โรงเรียนที่มีนักเรียน 41-60 คน จำนวน 3,082 โรง โรงเรียนที่มีนักเรียน 61-80 คน จำนวน 3,355 โรง โรงเรียนที่มีนักเรียน 81-100 คน จำนวน 3,040 โรง โรงเรียนที่มีนักเรียน 101-120 คน จำนวน 2,372 โรง โดยมอบหมายให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ไปจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาว่าจะดำเนินการอย่างไร จะเป็นการยุบรวม หรือ การยุบเลิกโรงเรียน ขณะเดียวกันการจัดทำแผนแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กของเขตพื้นที่นั้น ๆ จะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของการบริหารโรงเรียนขนาดเล็กของแต่ละเขตพื้นที่ฯ ด้วย

“ขณะนี้ สพฐ.กำลังโดนแรงกดดันจากภายนอกที่จะไม่คืนอัตราเกษียณอายุราชการทั้งหมดให้ แก่ สพฐ. เนื่องจากมองว่า สพฐ.ไม่ได้ขาดครูจริง ซึ่งหากพิจารณาให้ดี สพฐ.ขาดครูเป็นจำนวนมาก เพียงแต่ครูไม่มีการกระจายตัวออกไปเท่านั้น ดังนั้นหากไม่ได้รับคืนอัตราเกษียณอายุราชการ สพฐ.จะขอเป็นงบประมาณชดเชยบุคลากรครูแทน เพื่อนำเงินมอบให้เขตพื้นที่ฯในการนำไปบริหารจัดการกระจายครูในพื้นที่ได้ อย่างทั่วถึง” ดร.ชินภัทร กล่าว.

ข่าวการศึกษา ที่มา เดลินิวส์

'การศึกษาสงเคราะห์'ชีวิตใหม่เด็กด้อยโอกาส

April 12th, 2011

“เด็กด้อยโอกาสทางการศึกษาในวันนี้ จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่สร้างปัญหาให้แก่สังคม ด้วยเหตุผลที่มาจากความไม่รู้

แต่ หากทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสให้ ทั่วถึงและอย่างมีคุณภาพแล้ว สังคมในอนาคตจะมีบุคคลที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยพัฒนาในทุก ๆด้าน ” นี่คือ คำกล่าวของ ดร.บัญชร จันทร์ดา ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 23 จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งทำงานกับกลุ่มเด็กด้อยโอกาสมาเกือบทั้งชีวิต ตั้งแต่สมัยที่เป็นนักศึกษาอาสาสมัครของกรมประชาสงเคราะห์ ครูโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ จนกระทั่งนั่งเก้าอี้ผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งได้กล่าวย้ำกับสื่อมวลชน ที่ติดตามคณะ ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ออกตรวจเยี่ยมและนิเทศการดำเนินงานโรงเรียน เพื่อช่วยกระจายข่าวให้ทุกฝ่ายได้ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการศึกษาให้ แก่เด็กด้อยโอกาส

โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 23 จังหวัดพิษณุโลก ตั้งอยู่ที่ ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย เป็น 1 ใน 50 โรงเรียน ของกลุ่มโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ เป็นสถานศึกษาจัดการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสที่ไม่สามารถพึ่งตนเอง ครอบครัว และผู้ปกครองได้ จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือการบริการทางการศึกษาเป็นกรณีพิเศษต่าง จากกลุ่มเด็กด้อยโอกาสในโรงเรียนปกติทั่วไป

ดร.บัญชร เล่าถึงการจัดการศึกษาของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 23 จังหวัดพิษณุโลก ว่า ที่โรงเรียนจัดการศึกษาในรูปแบบโรงเรียนประจำ จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานฟรี 12 ปี สอนตั้งแต่ ชั้น ป.1- ม.6 ให้บริการครอบคลุมพื้นที่ จังหวัดพิษณุโลกทั้งจังหวัด และอำเภอท่าปลา อำเภอฟากท่า และอำเภอบ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ แต่ก็มีบ้างที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กด้อยโอกาสในจังหวัดอื่น ๆ ประสานส่งตัวมาเข้าเรียน ซึ่งที่นี่มีเด็กต้องการเข้าเรียนเป็นจำนวนมาก แต่ด้วยอาคาร สถานที่ที่จำกัด จึงต้องคัดเลือกเด็กเข้าเรียน ซึ่งปัจจุบันมีนักเรียนทั้งหมด 743 คน โดยการรับเด็กเข้าเรียนนั้น จะพิจารณาจากเด็กด้อยโอกาส 10 ประเภท คือ
1. เด็กที่ถูกบังคับให้ขายแรงงานหรือถูกบังคับให้ทำงานหารายได้ก่อนวัยอันควร
2. เด็กเร่ร่อน ที่ไม่มีที่อยู่อาศัยพักพิงเป็นหลักแหล่ง
3. เด็กที่อยู่ในธุรกิจทางเพศหรือโสเภณีเด็ก
4. เด็กที่ถูกทอดทิ้ง กำพร้า
5. เด็กที่ถูกทำร้ายทารุณ
6. เด็กยากจนมากเป็นพิเศษครอบครัวมีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี
7. เด็กในชนกลุ่มน้อย เช่น ชาวเขา ชาวเล เป็นต้น
8. เด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับสารเสพติด หรือ เสี่ยงต่อการถูกชักนำให้ประพฤติตนไม่เหมาะสม
9. เด็กที่ได้รับผลกระทบจากโรคเอดส์ หรือ โรคติดต่อร้ายแรงที่สังคมรังเกียจ และ
10. เด็กในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ตลอดจนเด็กหญิงที่ตั้งครรภ์นอกสมรส ซึ่งมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ เช่น การทำแท้ง การฆ่าตัวตาย และการทอดทิ้งทารก เป็นต้น

สำหรับการจัดการเรียนการสอนนอกจากจะให้เด็กได้เรียนรู้ทักษะวิชาการใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้แล้ว ยังเน้นการจัดการศึกษาเพื่ออาชีพด้วย โดยเชิญอาจารย์จากวิทยาลัยในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มาสอนวิชาชีพ ในด้านคหกรรม เกษตรกรรม และช่างไฟฟ้า เป็นต้น รวมทั้งให้เด็กได้รวมกลุ่มประกอบอาชีพหารายได้ระหว่างเรียน เช่น กลุ่มเลี้ยงปลา กลุ่มน้ำดื่ม และกลุ่มผลิตข้าว เป็นต้น ซึ่งทางโรงเรียนจะรับซื้อ และบางส่วนก็นำไปจำหน่ายให้แก่คนในชุมชนใกล้เคียง ทั้งนี้เพราะคำตอบที่เด็กหรือครอบครัวต้องการมากที่สุด คือ ขอให้เด็กเมื่อจบการศึกษาแล้วมีงานทำ ส่วน ครู ความภาคภูมิใจที่ทำให้ยิ้มได้ คือ ลูกศิษย์ประสบความสำเร็จ และที่ผ่านมานักเรียนซึ่งจบจากโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ ก็เป็นที่ยอมรับจากสังคมว่า เป็นผู้แกร่งในประสบการณ์ สามารถสร้างชีวิตใหม่ให้แก่ตนเอง ช่วยเหลือครอบครัว และมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่ตนอยู่ให้เจริญก้าวหน้าได้

ความภาคภูมิใจที่สามารถหารายได้ระหว่างเรียนสะท้อนออกจากคำบอกของ “เคน” หรือ นายสุวิจักษณ์ ชาวไร่นา นักเรียนชั้น ม.3 ที่เล่าด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ว่า นอกจากจะได้ความรู้ทางวิชาการแล้ว ยังช่วยพ่อ แม่ ทำงานได้ โดยคุณครูได้แบ่งที่ดินให้ปลูกผักคนละ 2 แปลง ซึ่งตนจะปลูกผักกวางตุ้ง และผักบุ้งเก็บขายให้โรงอาหารของโรงเรียน ขณะเดียวกันก็ได้ทำงานอยู่ในกลุ่มโรงสีข้าว ทำให้มีรายได้เดือนละ 800-900 บาท

ปัจจุบันประเทศไทยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จัดบริการทางการศึกษาให้แก่เด็กด้อยโอกาส โดยมีรูปแบบที่หลากหลาย และเฉพาะข้อมูลจากกลุ่มโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ของ สพฐ. ซึ่งนับจนถึงวันที่ 10 มิถุนายน 2553 พบว่า ทั้ง 50 โรงเรียน สามารถรองรับเด็กด้อยโอกาสได้ถึง 38,942 คน แต่ก็เชื่อว่ายังไม่เพียงพอต่อเด็กด้อยโอกาสที่ยังรอคอยโอกาสทางการศึกษา

การศึกษาน่าจะเป็นของขวัญชิ้นสำคัญที่สุดสำหรับเด็กด้อยโอกาส ดั่งคำกล่าวของ ม.ล.ปิ่น มาลากุล ที่ว่า “ จุดประทีปดวงใดก็ไม่เหมือน สงเคราะห์เพื่อนผู้ขาดวาสนา ชีวิตน้อยค่อยชื่นตื่นขึ้นมา รับแสงแจ่มเจิดจ้าจากตะวัน ”.

ณัชชารีย์ วิเชียรรัตน์

ข่าวการศึกษา ที่มา เดลินิวส์

รร.ในกรุงเทพฯว่างรับได้อีก3พัน

April 6th, 2011

รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการรับนักเรียนของสถานศึกษา ปีการศึกษา 2554 เปิดเผยว่าในวันที่ 7 เม.ย.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการติดตามฯ ร่วมกับนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อสรุปรายงานผลการรับนักเรียนชั้น ม.1 และ ม. 4 ของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่าเป็นอย่างไรและมีปัญหาอะไรบ้าง ซึ่งในเบื้องต้นขณะนี้การรับนักเรียนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและกำลังอยู่ ระหว่างดำเนินการเกลี่ยนักเรียนที่ยังไม่มีที่เรียนไปยังโรงเรียนตามที่นัก เรียนได้แจ้งความ จำนงไว้ในช่วงการสมัครสอบคัดเลือก โดยระดับชั้น ม.1 ตนได้รับรายงานล่าสุดว่า โรงเรียนในเขตกรุงเทพฯยังมีที่ว่างอยู่ประมาณ 3,000 กว่าคน ดังนั้นไม่น่าจะมีปัญหาในการเกลี่ยนักเรียน สำหรับ ชั้นม.4 เฉพาะโรงเรียนเขตกรุงเทพฯ พบว่ามี นักเรียนที่สอบเข้าเรียนในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงมารายงานตัวไม่ ครบ ทำให้โรงเรียนต้องเรียกนักเรียนที่ได้คะแนนลำดับถัดไปมารายงานตัวแทน ซึ่งเด็กที่ไม่มารายงานตัวนั้นทราบข้อมูลว่าส่วนหนึ่งจะไปเรียนโรงเรียน เอกชนและเรียนสายอาชีวศึกษาแทน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดีที่เด็กสนใจไปเรียนสายอาชีวศึกษา

ด้าน นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ รักษาการ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กรุงเทพมหานคร เขต 1 กล่าวว่า ในวันที่ 5 เม.ย.นี้ จะพิจารณาจัดสรรที่เรียนให้นักเรียนทุกคน ซึ่งกรณีของเด็ก สพม.กรุงเทพฯ เขต 1 นั้นไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะโรงเรียนในสังกัดยังมีที่ว่างจำนวนมาก โดยขณะนี้มีที่ว่าง 3,779 คน และต้องรอดูว่า หลังจากจัดสรรที่เรียนแล้วจะว่างอีกจำนวนเท่าไร และหลังจากเกลี่ยนักเรียนใน สพม.กรุงเทพฯ เขต 1 เสร็จแล้วหากยังมีที่ว่างก็จะเปิดรับเด็กเขตพื้นที่การศึกษาอื่นมาเรียนได้

นายสุรศักดิ์ ศรีสว่างรัตน์ ผอ.สพม.กรุงเทพฯ เขต 2 กล่าวว่า มีนักเรียนมาแจ้งความจำนงให้จัดสรรที่เรียนที่ สพม.กรุงเทพฯ เขต 2 กว่า 300 ราย เพราะส่วนใหญ่เด็กจะไปแจ้งไว้ที่โรงเรียนที่เด็กไปสมัครสอบและจับสลาก ซึ่งขณะนี้ตนได้มอบให้เจ้าหน้าที่รวบรวมจำนวนนักเรียนทั้งหมดที่มาแจ้งความ จำนง เพื่อนำมาจัดสรรที่เรียนให้ในวันที่ 5 เม.ย.นี้.

ข่าวการศึกษา ที่มา เดลินิวส์

สพฐ.นำเข้าครู-นศ.ต่างชาติสอนอังกฤษ

March 31st, 2011

ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยผลการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางแก้ปัญหาการขาดแคลนครูผู้สอนภาษาอังกฤษ โดยได้มอบให้สถาบันภาษาอังกฤษ สพฐ. ประสานกับกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อยกร่างยุทธศาสตร์พัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ โดยจัดหาครูชาวต่างชาติมาสอนในโรงเรียนสังกัด สพฐ. ผ่านความร่วมมือกับสถานทูตของประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ หรือ ภาษาราชการ อาทิ สหรัฐอเมริกา แคนาดา นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ และอินเดีย เป็นต้น เพื่อเปิดรับสมัครครูที่เกษียณอายุ หรือ นักศึกษาของประเทศนั้น ๆ ที่จบหรือเรียนปีสุดท้ายของการศึกษาปริญญาตรีหรือปริญญาโท ด้านครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ซึ่งต้องการหาประสบการณ์ฝึกสอน หรืออาสาสมัครของมูลนิธิองค์กรต่าง ๆ เข้ามาสอน ทั้งนี้ ในเร็ว ๆนี้จะเชิญ รมว.ศึกษาธิการ และ รมว.การต่างประเทศ มาหารือร่วมกันในเชิงนโยบายอีกครั้ง พร้อมทั้งร่วมกันยกร่างกรอบความร่วมมือดังกล่าว และเสนอขออนุมัติงบประมาณสนับสนุนจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้ทันสอนในภาคเรียนที่ 2/2554

“สพฐ.เคยมีเป้าหมายจะจัดหาครูชาวต่างชาติเข้ามาสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทยปี ละ 1,000 คน แต่กระทรวงการต่างประเทศ เห็นว่า เพื่อให้การคัดกรองเป็นไปอย่างรอบคอบในปีแรกจึงยังไม่ควรมีจำนวนที่สูงนัก ดังนั้นในปี 2554 จึงจะเสนอขอ 300 คนต่อปี และมีการต่อสัญญาจ้างปีต่อปี ใช้งบประมาณปีละ 350 ล้านบาท โดยขอเป็นโครงการต่อเนื่องระยะเวลา 5 ปี ซึ่งจะพอดีกับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เพื่อให้ครูเหล่านี้ได้ทำการสอนในโรงเรียนมาตรฐานสากล โรงเรียนดีประจำอำเภอ และโรงเรียนดีประจำตำบลด้วย” ดร.ชินภัทรกล่าวและว่า อย่างไรก็ตามปัจจุบัน สพฐ.มีครูจบเอกภาษาอังกฤษโดยตรง ที่สอนระดับมัธยมศึกษา 25,000 คน และสอนระดับประถมศึกษา 5,000 คน ซึ่งถือว่าน้อย ดังนั้นหากมีครูต่างชาติเหล่านี้เข้ามาเสริมก็จะช่วยแก้ปัญหาได้” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว.

ข่าวการศึกษา ที่มา เดลินิวส์

โรงเรียนสังกัด สพม.กทม.เขต 1-2 มีที่ว่าง

March 29th, 2011

ดังนี้ ร.ร.นวมินทราชูทิศ กรุงเทพฯ ร.ร.บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 4 ร.ร.มัธยมวัดหนองจอก ร.ร.ลาดปลาเค้าพิทยาคม ร.ร.รัตนโกสินทร์สมโภชลาดกระบัง ร.ร.มัธยมวัดบึงทองหลาง ร.ร.ดอนเมืองจาตุรจินดา ร.ร.สีกัน (วัฒนานันท์อุปถัมภ์)…

หลังจากที่มีการประกาศผลสอบและจับสลากนักเรียนในเขตพื้นที่บริการ เพื่อเข้าเรียนต่อชั้น ม.1 ประจำปีการศึกษา 2554 ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และยังมีนักเรียนที่พลาดหวังยังไม่มีที่เรียนจำนวนหนึ่งนั้น นายสุรศักดิ์ ศรีสว่างรัตน์ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กรุงเทพมหานคร เขต 2 กล่าวว่า ในส่วน สพม.กทม.เขต 2 มีนักเรียนที่ยังไม่มีที่เรียนกว่า 2,000 คน โดยยังมีโรงเรียนรองรับได้หมด ทางเขตพื้นที่จะเปิดให้ผู้ปกครองนักเรียนที่ยังไม่มีที่เรียนมาแจ้งความจำนงเพื่อจัดสรรที่เรียนในวันที่ 3-4 เม.ย. และจะประกาศผลการจัดสรรที่เรียนในวันที่ 7 เม.ย. สำหรับ ร.ร.ในเขต สพม.กทม.เขต 2 ยังมีที่ว่างรับนักเรียนได้ดังนี้ ร.ร.นวมินทราชูทิศ กรุงเทพฯ ร.ร.บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 4 ร.ร.มัธยมวัดหนองจอก ร.ร.ลาดปลาเค้าพิทยาคม ร.ร.รัตนโกสินทร์สมโภชลาดกระบัง ร.ร.มัธยมวัดบึงทองหลาง ร.ร.ดอนเมืองจาตุรจินดา ร.ร.สีกัน (วัฒนานันท์อุปถัมภ์) ร.ร.พรตพิทยพยัต ร.ร.ราชดำริ ร.ร.ศรีพฤฒา ร.ร.บางกะปิสุขุมนวพันธ์ ร.ร.กุนนทีรุทธารามวิทยาคม ร.ร.พุทธจักรวิทยา ร.ร.มัธยมวัดธาตุทอง ร.ร.ปทุมคงคา ร.ร.ยานนาเวศวิทยาคม ร.ร.นนทรีวิทยา และ ร.ร. เจ้าพระยาวิทยาคม

นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ รักษาการ ผอ.สพม. กรุงเทพฯ เขต 1 กล่าวว่า ส่วนใน เขต 1 ยังมีที่นั่งว่างรับนักเรียนชั้น ม.1 ได้ 3,770 คน ม.4 จำนวน 1,825 คน ดังนี้ ร.ร.ไตรมิตรวิทยาลัย ม.1 รับได้ 69 คน ม.4 รับได้ 37 คน ร.ร.มักกะสันพิทยา ม.1 รับได้ 200 คน ม.4 รับได้ 100 คน ร.ร.วัดสระเกศ ม.1 รับได้ 64 คน ม.4 รับได้ 40 คน ร.ร.วัดราชบพิธ ม.1 รับได้ 113 คน ร.ร.วัดสังเวช ม.1 รับได้ 159 คน ม.4 รับได้ 123 คน ร.ร.มัธยมวัดเบญจมบพิตร ม.1 รับได้ 98 คน ม.4 รับได้ 19 คน ร.ร.ราชนันทาจารย์สามเสนวิทยาลัย 2 ม.1 รับได้ 90 คน ม.4 รับได้ 67 คน ร.ร.วัดบวรนิเวศ ม.1 รับได้ 130 คน ม.4 รับได้ 43 คน ร.ร.วัดราชาธิวาส ม.1 รับได้ 96 คน ม.4 รับได้ 24 คน ร.ร.ศีลาจารพิพัฒน์ ม.1 รับได้ 77 คน ม.4 รับได้ 46 คน ร.ร.สุวรรณสุทธารามวิทยา ม.1 รับได้ 143 คน ม.4 รับได้ 84 คน ร.ร.สันติราษฎร์วิทยาลัย ม.4 รับได้ 45 คน ร.ร.มัธยมวัดมกุฏกษัตริย์ ม.1 รับได้ 129 คน ม.4 รับได้ 84 คน ร.ร.วัดน้อยนพคุณ ม.1 รับได้ 129 คน ม.4 รับได้ 53 คน ร.ร.วัดประดู่ในทรงธรรม ม.1 รับได้ 170 คน ร.ร.ไชยฉิมพลีวิทยาคม ม.1 รับได้ 178 คน ม.4 รับได้ 122 คน ร.ร.วัดรางบัว ม.1 รับได้ 80 คน ม.4 รับได้ 20 คน ร.ร.ราชวินิตบางแคปานขำ ม.1 รับได้ 87 คน ร.ร.นวลนรดิศวิทยาคมรัชมังคลาภิเษก ม.1 รับได้ 164 คน ม.4 รับได้ 50 คน

ร.ร.ฤทธิณรงค์รอน ม.1 รับได้ 84 คน ม.4 รับได้ 113 คน ร.ร.สวนอนันต์ ม.1 รับได้ 155 คน ม.4 รับได้ 9 คน ร.ร.วัดปากน้ำวิทยาคม ม.1 รับได้ 16 คน ม.4 รับได้ 28 คน ร.ร.วัดบวรมงคล ม.1 รับได้ 117 คน ม.4 รับได้ 82 คน ร.ร.วิมุตยารามพิทยากร ม.1 รับได้ 250 คน ม.4 รับได้ 12 คน ร.ร.ธนบุรีวรเทพีพลารักษ์ ม.1 รับได้ 110 คน ม.4 รับได้ 159 คน ร.ร.วัดอินทาราม ม.1 รับได้ 94 คน ม.4 รับได้ 15 คน ร.ร.มัธยมวัดดาวคนอง ม.1 รับได้ 147 คน ม.4 รับได้ 120 คน ร.ร.มหรรณพาราม ม.1 รับได้ 19 คน ร.ร.ทีปังกรณ์วิทยาพัฒน์ (ทวีวัฒนา) ม.1 รับได้ 182 คน ม.4 รับได้ 55 คน ร.ร.ทีปังกรณ์วิทยาพัฒน์ (วัดน้อยใน) ม.1 รับได้ 50 คน ม.4 รับได้ 135 คน ร.ร.สุวรรณพลับพลาพิทยาคม ม.1 รับได้ 84 คน ร.ร.ทวีธาภิเษก 2 ม.1 รับได้ 10 คน ม.4 รับได้ 20 คน ร.ร.พิทยาลงกรณ์พิทยาคม ม.1 รับได้ 30 คน ม.4 รับได้ 10 คน ร.ร.วัดพุทธบูชา ม.1 รับได้ 126 คน ม.4 รับได้ 30 คน ร.ร. อิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ม.4 รับได้ 40 คน ร.ร.แจงร้อนวิทยา ม.1 รับได้ 120 คน ม.4 รับได้ 40 คน.

ข่าวการศึกษา ที่มา ไทยรัฐ

สพฐ.ยันพลาดจับสลาก ม.1 มีที่เรียนทุกคน

March 28th, 2011

สพฐ.ยันพลาดจับสลาก ม.1 มีที่เรียนทุกคน 5 เม.ย.จัดสรรหาที่นั่งลงโรงเรียนคู่พัฒนา “บดินทรเดชา” เฮ! รับได้หมด

เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ซึ่งเป็นวันที่มีการจับสลากเข้าเรียนต่อชั้น ม.1 ประจำปีการศึกษา 2554 ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทั่วประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก ผู้ปกครองพาบุตร หลาน มารอลุ้นการจับสลากตั้งแต่เช้า บางรายนำพวงมาลัยและดอกไม้ธูปเทียนมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำโรงเรียน เด็กหลายรายพกพาเครื่องรางของขลังมาแขวน เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับตัวเอง โดยการจับสลากได้เริ่มขึ้นพร้อมกัน เมื่อเวลา 09.00 น. ซึ่งบรรยากาศการจับสลากมีทั้งรอยยิ้มและคราบน้ำตา

ที่ ร.ร.หอวัง ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการจับสลาก พร้อมให้กำลังใจเด็กและผู้ปกครอง ซึ่งในการจับสลากของ ร.ร.หอวังได้มีผู้ปกครองมาจับสลากแทนลูกที่ประสบอุบัติเหตุต้องเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งทางโรงเรียนอนุโลมให้ขึ้นจับสลากแทนแต่ปรากฏว่าจับสลากไม่ได้ นายปลองยุทธ อินทพันธุ์

ผอ.ร.ร.หอวัง กล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ของโรงเรียนหอวัง เพราะอัตราการแข่งขันน้อยมาก เนื่องจากมีเด็กในพื้นที่บริการสอบได้มากกว่าเด็กนอกพื้นที่บริการ โดยปีนี้เด็กมีสิทธิจับสลาก 189 คน และรับได้ 110 คน แต่มารายงานตัว 160 คน ซึ่งจะมีเด็กที่พลาดหวัง 50 คนเท่านั้น โดยทางโรงเรียนได้เตรียมแผนเกลี่ยไปยังโรงเรียนคู่พัฒนา 6 แห่ง ได้แก่ ร.ร.ราชวินิต บางเขน ร.ร.จันทร์หุ่นบำเพ็ญ ร.ร.พิบูลอุปถัมภ์ ร.ร.เสนานิคม ร.ร.มัธยมประชานิเวศน์ และ ร.ร.บางบัว (เพ่งตั้งตรงจิตวิทยาคาร)

ด้าน ดร.ชินภัทรกล่าวว่า การจับสลากเข้าเรียนชั้น ม.1 ปีนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย อัตราการแข่งขันจับสลากถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สำหรับเด็กที่พลาดหวังจากการจับสลากจะมีการจัดสรรไปเรียนในโรงเรียนคู่พัฒนา โดยในภาพรวมการรับนักเรียนใน สพม.กทม. เขต 1 ไม่พบปัญหาและยังเหลือที่นั่งว่างสามารถรับเด็กได้อีกประมาณ 3,700 คน ในขณะที่ สพม.กทม.เขต 2 ยังมีปัญหาเด็กล้น จำนวน 1,000 กว่าคนนั้น ซึ่งได้มอบนโยบายไปแล้วว่าเด็กที่พลาดหวังจากการสอบและการจับสลากให้โรงเรียนเกลี่ยไปยังโรงเรียนคู่พัฒนา โดยเปิดยื่นคำร้องวันที่ 3-4 เม.ย. และจะเร่งจัดสรรที่นั่งเรียนให้เสร็จภายในวันที่ 5 เม.ย. ทั้งนี้ ขอให้ผู้ปกครองสบายใจได้เพราะเด็กที่พลาดหวังจะมีที่เรียนทุกคน

ส่วนที่ ร.ร.บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ดร.สุวัฒน์ วิวัฒนานนท์ ผอ.ร.ร.บดินทรเดชาได้ขึ้นประกาศบนเวทีว่า เนื่องจากในปีนี้นักเรียนในเขตพื้นที่บริการสอบเข้าเรียนได้ถึงร้อยละ 50 ทำให้มีนักเรียนในเขตพื้นที่ที่เหลือมารายงานตัวจับสลากเพียง 139 คน ในขณะที่มีแผนรับ 140 คน จึงสามารถรับนักเรียนได้หมดโดยไม่ต้องจับสลาก สร้างความดีใจให้กับนักเรียนและผู้ปกครองเป็นอย่างมาก

ด้าน ดร.เกษม สดงาม ผอ.ร.ร.สตรีวิทยา 2 กล่าวว่า มีนักเรียนในเขตพื้นที่มารายงานตัวจับสลาก 208 คน แต่มีแผนรับได้ 140 คน ทำให้มีนักเรียนพลาดหวัง 68 คน ร.ร.ให้ยื่นความจำนงเพื่อจัดสรรที่เรียนใน ร.ร.คู่พัฒนา อาทิ ร.ร.จันทร์หุ่นบำเพ็ญ ร.ร.นวมินทราชินูทิศ มั่นใจว่าทุกคนมีที่เรียนแน่นอน

ส่วนที่ ร.ร.ทวีธาภิเษก นักเรียนมีสิทธิจับสลาก 181 คน มารายงานตัว 132 คน รับได้ 100 คน โดยมีการจับสลากที่หอประชุมสุจินดา คราประยูร ชั้น 5 นายสมเกียรติ เจริญฉิม ผอ.ร.ร.ทวีธาภิเษก กล่าวว่า ในการจับสลากครั้งนี้จะมีนักเรียนพลาดหวัง 32 คน แต่ไม่ต้องกังวล เพราะจะจัดสรรที่เรียนให้ตามคำขอในใบสมัครและคำร้อง โดย ร.ร.คู่พัฒนาคือ ร.ร.สวนอนันต์.

ข่าวการศึกษา ที่มา ไทยรัฐ

สพม.เขต 1 ชี้ ม.1 ไร้ที่เรียนกว่า 1.2 พันคน เตรียมเกลี่ยที่นั่ง 7 เม.ย.นี้

March 26th, 2011

สพม.เขต 1 เผยเด็กยังไร้ที่เรียน ม.1 กว่า 1.2 พันคน วอนผู้ปกครองอย่ารอ รีบตัดสินใจพาลูกเข้า ร.ร.คู่พัฒนา ยันไม่ขยายห้องเรียน ไม่รับเพิ่ม พร้อมให้ยื่นความจำนงขอจัดสรรที่เรียนชั้น ม.1 และ ม.4 ล่วงหน้าในวันที่ 23-27 มี.ค.ระบุ เกลี่ยที่นั่งเรียนเรียบร้อย 7 เม.ย.นี้ ด้านเตรียมอุดม เด็กแห่สมัคร ม.4 1.4 หมื่นคน รับได้แค่พันกว่าคน ยันยังไม่พบปัญหา

วันนี้ (24 มี.ค.) นายเสน่ห์ ขาวโต รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวแถลงข่าวผลการรับนักเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 ของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในปีการศึกษา 2554 ว่า นโยบายรับนักเรียนของ สพฐ.ชั้น ม.1 และ ม.4 ในปีนี้เน้นความเสมอภาค โปร่งใส และเป็นธรรม ห้าม ฝากเด็กและไม่มีการเรียกรับเงินบริจาคเพื่อแลกกับการฝากเด็กตามนโยบายของ รมว.ศึกษาธิการ จึงกำหนดเกณฑ์รับนักเรียนให้เป็นไปอย่างรัดกุม โปร่งใส และตรวจสอบได้ง่าย ส่วนกรณีที่มีผู้ปกครองร้องเรียนสายด่วนการศึกษา 1579 ว่า ลูกสอบเข้าเรียนต่อชั้น ม.4 โรงเรียนเดิมไม่ได้ และไม่รู้ว่าโรงเรียนใดบ้าง ยังมีที่นั่งเรียนชั้น ม.4 ว่างอยู่ และเมื่อสอบถามข้อมูลไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ก็ไม่ได้รับข้อมูลนั้น สพฐ.จะประสานไปยัง สพท.ต่างๆ เพื่อให้ข้อมูลดังกล่าวแก่ผู้ปกครอง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะอ้างว่าไม่มีข้อมูลไม่ได้

นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 1 กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีเด็กในพื้นที่ สพม.เขต 1 ไม่มีที่เรียนชั้น ม.1 ประมาณ 1,200 คน ซึ่งจะจัดสรรที่เรียนให้แก่เด็กทุกคน ทั้งนี้ อยากฝากถึงผู้ปกครองอย่ายึดติดว่าต้องให้ลูกเข้าโรงเรียนดัง อย่ารอโรงเรียนชื่อดังจะขยายห้องเรียน รับนักเรียนเพิ่ม รวมทั้งอย่าหลงเชื่อผู้ที่อ้างว่าฝากเด็กได้ และเรียกรับเงิน หากพบผู้แอบอ้างขอให้แจ้ง สพฐ.เพื่อตรวจสอบข้อมูล ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า โรงเรียนที่มีอัตราแข่งขันสูงของ สพม.เขต1 และ สพม.เขต 2 นั้น รับนักเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 เพียงรอบเดียว จะไม่เพิ่มห้องเรียน เพิ่มจำนวนรับยกเว้นโรงเรียนที่ไม่ใช่โรงเรียนที่มีอัตราแข่งขันสูง ซึ่งยังมีที่นั่งว่างอยู่ จะเปิดรับนักเรียนเพิ่มโดยเขตพื้นที่จะเกลี่ยนักเรียนที่ยังไม่มีที่เรียนไป ยังโรงเรียนเหล่านี้ จึงขอให้ผู้ปกครองตัดสินใจเลือกโรงเรียนที่มีคุณภาพใกล้บ้านให้ลูกได้เข้า เรียน

“ผู้ปกครองสามารถไปยื่นความจำนงขอจัดสรรที่เรียนระดับชั้น ม.1 และ ม.4 ล่วงหน้าที่โรงเรียนที่พาบุตรหลานไปสมัครเรียนได้ตั้งแต่วันที่ 23-27 มี.ค.นี้ โดยจะให้โรงเรียนรวบรวมข้อมูลเสนอมายังเขตพื้นที่ และนำมารวมกับข้อมูลของผู้ปกครองที่มายื่นความจำนงตามปฏิทินรับนักเรียนที่ สพฐ.กำหนดไว้ในวันที่ 3-4 เม.ย.นี้ จากนั้นในวันที่ 5 เม.ย.ก็จะเกลี่ยเด็กไปเข้าเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 ไปยังโรงเรียนที่ยังมีที่นั่งเรียนรองรับ และจะประกาศผลการจัดสรรที่เรียนในวันที่ 7 เม.ย.นี้” นายวิทธยา กล่าว

นางสิริยุพา ศกุนตะเสฐียร ผอ.โรงเรียนศึกษานารี กล่าวว่า โรงเรียนมีเด็กจบชั้น ม.3 เดิม 666 คน และรับเด็กชั้น ม.4 โดยใช้สัดส่วน 80% ซึ่งนักเรียนจบชั้น ม.3 เดิมจะพิจารณาจากผลการเรียนเฉลี่ยที่จบชั้น ม.3 จำนวน 570 คน ซึ่งในปีนี้โรงเรียนรับเด็กจบชั้น ม.3 เดิมที่ได้เกรดเฉลี่ย 4.00 กว่า 100 คน ส่วนที่เหลือก็ได้เกรดเฉลี่ยกว่า 3.90 และไล่เรียงลงไปจนเต็มจำนวนรับ และอีก 20% รับโดยสอบเข้า จึงขอทำความเข้าใจกับผู้ปกครองว่าโรงเรียนใช้วิธีการเช่นนี้ เพื่อให้ได้นักเรียนที่มีคุณภาพและให้โอกาสเด็กทุกคนได้เข้าเรียนอย่างเสมอ ภาค

นายวิศรุต สนธิชัย ผอ.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กล่าวว่า โรงเรียนมีเด็กสมัครเข้าเรียน ม.4 จำนวน 14,000 คน แต่รับได้เพียง 1,110 คน คิดเป็นสัดส่วนการแข่งขันสอบ 1 ต่อ 10 คน ซึ่งภาพรวมการรับนักเรียนไม่มีปัญหาอะไรโดยได้ทำความเข้าใจกับผู้ปกครองที่ พาลูกมาสมัครเรียน และสอบเกี่ยวกับเกณฑ์รับเด็กทุก 20 นาที ส่วนปัญหาแอบอ้างฝากเด็กนั้นมีเกิดขึ้นทุกปี

ข่าวการศึกษา ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์

ยันรับเด็กเดินถูกทาง-เผยที่นั่งว่าง ม.4 ผ่านเว็บ

March 25th, 2011

สพม.เผยเตรียมรวบรวมข้อมูลที่นั่งว่าง ม.4 ผ่านเว็บไซต์ของเขตพื้นที่ฯ

‘ชินวรณ์’ ยันรับเด็กเดินถูกทาง-สพม.เผยเตรียมรวบรวมข้อมูลที่นั่งว่าง ม.4 ผ่านเว็บไซต์ของเขตพื้นที่ฯภายในสัปดาห์นี้…

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวกรณีมีผู้ปกครองนักเรียนโทรศัพท์มายังสายด่วน 1579 เพราะไม่พอใจนโยบายรับนักเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า นโยบายดังกล่าวผ่านขั้นตอนแสดงความคิดเห็นจากทุกฝ่ายจนนำมาสู่การออกกฎ 9 ข้อ ซึ่งเป็นธรรมดาของผู้ปกครองนักเรียนที่ผิดหวังอาจไม่พอใจ แต่นักเรียนส่วนใหญ่ที่สอบได้ก็ส่งจดหมายและอีเมล์มาให้ กำลังใจตน ซึ่งปีนี้มีผู้สมัครเข้าเรียนชั้น ม.1 ประมาณ 270,000 คน และมีผู้ที่เข้าเรียนในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงได้ถึงร้อยละ 85 เชื่อว่านโยบายรับนักเรียนเดินมาถูกทางแล้ว

“นโยบายดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งอย่างแน่นอน เพราะตอนที่ประกาศก็มีแต่ผู้อำนวยการสถานศึกษาปรบมือให้กำลังใจ ซึ่งผมอยากถามว่าจะให้ผมมาเป็นรัฐมนตรีเพื่อรับฝากเด็กหรือให้มาเพื่อเดินหน้าปฏิรูปการศึกษา” รมว.ศึกษาธิการกล่าวและว่า ภาพรวมการรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษมีร้อยละ 1.5 หรือ 3,000 คน ส่วนที่บางโรงเรียนรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษจำนวนมากได้รับรายงานว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่วางไว้

ด้านนายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ ผอ.ร.ร.โยธินบูรณะ รักษาการ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กรุงเทพฯ เขต 1 กล่าวว่า ขณะนี้มีเด็กในพื้นที่ สพม.เขต 1 ที่ยังไม่มีที่เรียนชั้น ม.1 ประมาณ 1,200 คน ซึ่งจะจัดสรรที่เรียนให้แก่เด็กทุกคน ส่วนโรงเรียนใดที่ยังมีที่นั่งชั้น ม.4 ว่างอยู่นั้น เขตพื้นที่ฯจะเร่งรวบรวมข้อมูลและประกาศ ผ่านเว็บไซต์ของเขตพื้นที่ฯภายในสัปดาห์นี้.

ข่าวการศึกษา ที่มา ไทยรัฐ วันที่ 25 มีนาคม 2554

อาชีวะปลื้มเด็กแห่สมัครเกินคาด

March 23rd, 2011

ดร.สืบแสง พรหมบุญ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานศูนย์ประสานงานการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2554 เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางศูนย์ฯกำลังรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับผ่านสายด่วน 1579 ในช่วงการรับสมัคร 12-16 มี.ค. ซึ่งเบื้องต้นพบว่ายังมีผู้ปกครองที่ไม่เข้าใจแนวปฏิบัติการรับนักเรียน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะยุ่งหรือไม่มีเวลา ส่วนเรื่องร้องเรียนยังไม่มีเข้ามา อย่างไรก็ตามหลังประกาศผลรับนักเรียนวันที่ 22 มี.ค. ตนอยากให้ผู้ปกครองที่บุตรหลานพลาดหวังควรให้บุตรหลานได้เข้าโรงเรียนสำรอง ที่เลือกไว้ ทุกคนก็จะมีที่เรียนแน่นอน ไม่ควรยึดติดกับชื่อเสียงของโรงเรียน เพราะไม่ว่าอยู่โรงเรียนไหนก็เรียนแล้วประสบความสำเร็จได้เช่นกัน ด้าน น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รมช.ศธ. กล่าวถึงการรับสมัครปวช. รอบที่ 1 เมื่อวันที่ 12-16 มี.ค.ว่า ปีนี้เป็นครั้งแรกที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)เปิดรับสมัครช่วงเวลาเดียวกับการรับสมัครนักเรียนม.4 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปรากฏว่า มีเด็กสมัครเข้าเรียนต่ออาชีวศึกษามากถึง 160,000 คน คิดเป็น 65-70% ของเป้าหมายที่ตั้งไว้ 204,850 คน ทำให้เห็นว่าค่านิยมการเรียนต่ออาชีวศึกษาของเด็กไทยเริ่มมีมากขึ้น ต่างจากที่ผ่านมาที่มักจะเรียนสายอาชีพเมื่อพลาดหวังจากการคัดเลือกเข้า ม.4 น.ส.นริศรา กล่าวต่อไปว่า เดิมคิดว่าการรับสมัครพร้อมสพฐ. น่าจะมีเด็กมาสมัครไม่ถึง 50,000 คน หรือประมาณ 30% ของเป้าหมาย แต่กลับมีมากถึง 65-70% ซึ่งไม่เคยมีปรากฏการณ์เช่นนี้มาก่อน อย่างไรก็ตามสถานศึกษาอาชีวะยังจะเปิดรับสมัครรอบ 2 ในวันที่ 20-30 เม.ย. 54 เพิ่มจากแผนอีก 65,000 คน ซึ่งนักเรียนที่สนใจสอบถามได้ที่ศูนย์ประสานงานการรับนักเรียน สอศ. โทร.1156 เว็บไซต์ www.vec.go.th หรือสถานศึกษาสังกัด สอศ.ทุกแห่งทั่วประเทศ “10 อันดับแรกที่มีผู้สมัครมากที่สุด ได้แก่ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี (วษท.) บุรีรัมย์ สมัครเกินเป้าหมาย 330%, วษท.อุทัยธานี 308% วิทยาลัยสารพัดช่างอุดรธานี 297% วิทยาลัยการอาชีพ (วก.) วารินชำราบ 255% วก.สตึก 232% วิทยาลัยเทคนิค (วท.) หาดใหญ่ 195% วิทยาลัยพณิชยการ (วพ.) บางนา 194% วิทยาลัยอาชีวศึกษา (วอศ.) นครศรีธรรมราช 194% วท.เชียงใหม่ 193% และ วท.สระบุรี 187%” รมช.ศธ.กล่าว ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า สถานศึกษาที่มีนักเรียนสมัครเกินเป้าหมายต้องมีการเพิ่มห้องเรียนในสาขา วิชาชีพที่มีความต้องการสูง อาทิ พาณิชยนาวี โลจิส ติกส์ ช่างเชื่อม อาหารและเกษตร ฯลฯ รวมทั้งเปิดสาขาวิชาใหม่ที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงาน และจัดหาทรัพยากรเพิ่มเติมให้แก่สถานศึกษา ประกอบด้วย ครูและบุคลากร วัสดุ เครื่องมืออุปกรณ์ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ และงบประมาณอุดหนุนตามนโยบายเรียนฟรี เรียนดี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนได้คุณภาพมาตรฐาน.

ข่าวการศึกษา ที่มา เดลินิวส์ วันที่ 23 มีนาคม 2554

"ชินวรณ์" แฉได้รับเรื่อง ร.ร.เรียกใต้โต๊ะ

March 18th, 2011

รมว.ศึกษาธิการ แฉได้รับเรื่อง ร.ร.เรียกใต้โต๊ะ ชี้ให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ขยายแจ้งชื่อเงื่อนไขพิเศษถึง 22 มี.ค. …

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวในการสัมมนาผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ และผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง 366 โรงว่า ตนต้องการเปลี่ยนระบบการศึกษาไทยให้เป็นนโยบายการรับนักเรียนแห่งการอภิวัฒน์ สร้างค่านิยมใหม่ให้กับผู้ปกครองและนักเรียน เพื่อให้เด็กทุกคนได้เลือกเรียนตามความถนัดอย่างหลากหลาย นำไปสู่การมีคุณภาพทางการศึกษาที่สูงขึ้น และสังคมตระหนักถึงการระดมทรัพยากรทางการศึกษาอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีผู้ปกครองร้องเรียนถึงการเรียกรับเงินใต้โต๊ะของโรงเรียนดังมายังตนแล้วกว่า 30 โรง เป็นเงินจำนวนกว่า 16 ล้านบาท ซึ่งตนอยากให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย เพราะเป็นการร้องเรียนตั้งแต่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย

“เบื้องต้นผมพอใจในนโยบายดังกล่าว และให้คะแนนร้อยละ 85 ส่วนที่เหลือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ต้องนำไปสู่การปฏิบัติอย่างทั่วถึง ส่วนกรณีที่ผู้ปกครองคิดว่าโรงเรียนจะเปิดรับรอบ 2 นั้น ยืนยันว่าไม่มี และผู้ปกครองต้องเตรียมแผนรองรับให้บุตรหลานไว้ด้วย” รมว.ศึกษาธิการกล่าวและว่า สำหรับข้อเสนอแนะจาก ผอ.ร.ร.ที่ไม่สามารถประกาศรายชื่อนักเรียนเงื่อนไขพิเศษได้ทันในวันที่ 18 มี.ค.นั้น ตนเข้าใจและให้ขยายการประกาศเป็นวันที่ 22 มี.ค. ส่วนกรณีผู้สละสิทธิ์ขอให้เลือกสำรองตามบัญชีรายชื่อผู้สอบทั่วไปและขยับจากบัญชีรายชื่อนักเรียนผู้สอบในเขตพื้นที่สลับกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมดังกล่าวได้เปิดให้กลุ่มผู้บริหารสถานศึกษาได้เสวนาเกี่ยวกับนโยบายการรับนักเรียน โดยนายอุดม พรมพันธ์ใจ ผอ.ร.ร.เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการกล่าวว่า การกำหนดเงื่อนไขพิเศษต้องคิดให้รอบคอบ เพราะการพิจารณาต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา ซึ่งหากให้ ประกาศรายชื่อเด็กเงื่อนไขพิเศษวันที่ 18 มี.ค.นี้ก็คงไม่ทันแน่นอน ผอ.ร.ร.อาจจะต้องตกเป็นจำเลยสังคมและหากโดนฟ้องใครจะรับผิดชอบและนโยบายรับเด็กปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงเร็วมากทำให้โรงเรียนปรับตัวไม่ทัน

ด้านนายมานิตย์ จันวัน ผอ.ร.ร.ระยองวิทยาคม กล่าวว่า เมื่อนโยบายออกมาชัดเจนว่าฝากเด็กไม่ได้ ผู้ปกครองก็เข้าใจ แต่ก็ยังมีผู้มาสอบถามตนว่าฝากเด็กได้หรือไม่ โดยเฉพาะนักการเมือง.

ข่าวการศึกษา ที่มา ไทยรัฐ วันที่ 18 มีนาคม 2554