Posts Tagged ‘ข่าว’

ย่ำเกาหลีใต้กับมทร.ธัญบุรี

April 1st, 2011

กระตุ้นนศ.เรียนรู้โลกกว้าง

ปี 2558 ประตูประชาคมอาเซียนเปิดแน่นอน และจะส่งผลให้เกิดการไหลเวียนของประชากรอย่างหนักหน่วง ทำให้เกิดการแข่งขันกันทุกด้าน ถ้าชาติใดไม่เตรียมตัวโดยเฉพาะเตรียมพัฒนาศักยภาพของประชากรให้มีความพร้อม ย่อมเสียเปรียบชาติอื่น ๆ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นจุดเริ่มของการจัดทำโครงการเปิดโลกทัศน์นักศึกษา เพื่อตระหนักในความเป็นสากลหรือเพชรราชมงคลธัญบุรี (Project : SUGARStudent Understanding Global Awarenss RMUTT” ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี โดยการนำนักศึกษาออกไปสัมผัสเรียนรู้ประสบการณ์จริงของโลกนอกรั้ว มหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศ ทั้งเรื่องของการศึกษา เศรษฐกิจ ภาษา การสื่อสาร รวมถึงวัฒนธรรมข้ามชาติด้วย

ในการเดินทางไปสาธารณรัฐเกาหลี เมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในโครงการเพชรราชมงคล ธัญบุรี ภายใต้การนำของ ดร.ไพบูลย์ ใสยาวงศ์ ผอ.กองพัฒนานักศึกษา มทร.ธัญบุรี โดยมีตัวแทนนักศึกษาร่วมคณะทั้งสิ้น 27 คน

การเรียนรู้เกิดขึ้นตั้งแต่ก้าวแรกที่สัมผัสแผ่นดินเกาหลีใต้ เมื่อทุกคนได้รับรู้ว่าสนามบินอินชอนถูกสร้างขึ้นมาจากการถมทะเล เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเกาะ จึงต้องใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วให้คุ้มค่าที่สุด แม้แต่ที่อยู่อาศัย หรือพื้นที่เกษตรกรรมมากมายก็เกิดขึ้นมาจากการถมทะเลเช่นกัน ยิ่งเมื่อเข้าถึงตัวเมือง หลายคนอดแปลกใจไม่ได้กับความเป็นระเบียบของตึกรามบ้านช่อง แสดงให้เห็นถึงการวางผังเมืองที่มีประสิทธิภาพ ผิดกับในบ้านเราที่ดูไม่เป็นระเบียบจนอดคิดไม่ได้ว่า ประเทศไทยมีการวางผังเมืองไว้บ้างหรือไม่ ซึ่งความแปลกใจที่เกิดขึ้นก็น่าจะถือว่าเป็นผลลัพธ์ของการมาเปิดโลกทัศน์ใน ครั้งนี้ได้เช่นกัน

สำหรับการศึกษาดูงานตามวัตถุประสงค์ของโครงการที่ต้องการให้นักศึกษาได้ “เปิดโลกทัศน์”นั้น เริ่มต้นที่บริษัท อีดี ซึ่งเป็นผู้ผลิตสื่อการเรียนการสอนให้แก่โรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั่วโลก โดยเฉพาะสื่อการเรียนการสอนทางด้านเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์ หรือหุ่นยนต์ช่วยสอนที่จะนำมาใช้สอนแทนครู โดยเฉพาะในการทดลองที่อาจเป็นอันตราย ซึ่งแนวคิดลักษณะนี้สถาบันการศึกษาในบ้านเราอาจจะยังไม่ได้ให้ความสำคัญมาก นัก ดังนั้นการมาดูงานที่บริษัท อีดี ทุกคนจึงยอมรับว่าคุ้มค่าเพราะได้ช่วยจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้ได้ อย่างมากมาย

และเมื่อถึงการเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งเกาหลี ที่เน้นการผลิตบัณฑิตทางด้านเทคโนโลยีเหมือนกับ มทร.ธัญบุรี แต่กลับพบว่าการเรียนการสอนค่อนข้างแตกต่างจากมหาวิทยาลัยของไทย โดยของเกาหลีจะเน้นให้นักศึกษาปฏิบัติมากกว่าท่องจำทฤษฎี เพราะเขาต้องการผลิตบัณฑิตที่นอกจากจะรู้จริงแล้วยังต้องทำจริงได้ด้วย ซึ่งประเด็นนี้ก็ทำให้หลายคนอดคิดไม่ได้ว่า เรื่องความพร้อมของงบประมาณน่าจะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะทำให้เราสามารถก้าวไปได้เหมือนมหาวิทยาลัยของเกาหลีใต้

นอกจากแง่คิดเรื่องการศึกษาแล้ว สิ่งที่ทุกคนได้ซึมซับอีกเรื่องก็คือ จิตสำนึกรักชาติของคนเกาหลี จากการเข้าชมหอนิทรรศการความเป็นเอกภาพของเกาหลีที่อาคารจัดแสดงมีขนาดใหญ่ โตมโหฬาร มีการเก็บรวบรวมประวัติ ความเป็นมาของชนชาติเกาหลีตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันอย่างครบถ้วน และที่สำคัญเป็นนิทรรศการที่มีชีวิตเคลื่อนไหวได้ สามารถกระตุ้นให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกร่วมได้เป็นอย่างดี และที่น่าสนใจเมื่อพบว่าคนเกาหลีตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่จะแห่แหนมาเข้าชมหอ นิทรรศการกันอย่างคับคั่ง แสดงให้เห็นว่าคนเกาหลีให้ความสำคัญกับเรื่องของชาติบ้านเมืองมาก เห็นอย่างนี้ก็รู้สึกสะท้อนใจว่าคนไทยให้ความสำคัญกับความรู้ทางประวัติ ศาสตร์ของเราเองมากน้อยเพียงใด

คณะนักศึกษายังได้มีโอกาสประทับใจกับความอลังการของพระราชวังชางด๊อกกุง หนึ่งในห้าพระราชวังที่สำคัญที่สุด และตบท้ายด้วยการเรียนรู้เกี่ยวกับแนวคิดสมัยใหม่ในการบริหารจัดการอย่าง เป็นระบบ โดยสถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของเกาหลี ซึ่งที่นี่นักศึกษาทุกคนจะได้รับวุฒิบัตรผ่านการดูงานจากนายโน มัน จิน เลขาธิการสถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของเกาหลีอีกด้วย

ดร.ไพบูลย์ เล่าว่า ก่อนมาเกาหลีใต้ คณะนักศึกษาได้เดินสายดูงานมาแล้วหลายองค์กร อาทิ สนามบินสุวรรณภูมิ หรือบริษัท ซี.พี. ซึ่งก็ทำให้เห็นภาพของวัฒนธรรมการทำงานที่ชัดเจนในระดับหนึ่งแล้ว เมื่อได้มาเกาหลีใต้ก็ยิ่งทำให้เห็นชัดขึ้นว่าในประเทศกับต่างประเทศแตกต่าง กันอย่างไร และที่สำคัญได้เห็นถึงความเจริญก้าวหน้าของเกาหลีใต้ที่มีการพัฒนาแบบก้าว กระโดด ไปไกลกว่าไทยหลายเท่า ทั้งที่สองประเทศก็เติบโตมาพร้อมกัน อย่างไรก็ตามสิ่งที่ตนรู้สึกดีใจคือการได้เปลี่ยนทรรศนะให้แก่นักศึกษาได้ รู้จักมองโลกที่กว้างและไกลขึ้น เห็นได้จากคำพูดที่ “รู้อย่างนี้เราน่าจะ” หรือ “ต่อไปเราจะ” ซึ่งเพียงแค่นี้ก็ถือว่าคุ้มค่ากับการทำโครงการนี้แล้ว ซึ่งจากนี้ก็ต้องติดตามต่อไปนักศึกษากลุ่มนี้มีการต่อยอดสิ่งที่เรียนรู้ได้ อย่างไร

ในขณะที่ โชคอนันต์ รักษาภักดี นักศึกษาปี 4 คณะบริหารธุรกิจมองว่า โครงการนี้มีประโยชน์มากทำให้นักศึกษาได้เปิดโลกทัศน์ ได้เรียนรู้วัฒนธรรมต่างชาติแบบสัมผัสโดยตรง และยังได้สื่อสารกับคนต่างชาติทำให้รู้ว่าภาษาอังกฤษสำคัญมาก เพราะหากพูดภาษาท้องถิ่นไม่ได้ก็ยังใช้ภาษาอังกฤษแทนได้

ธิดารัตน์ เกียรติพรพิเชฐ นักศึกษาปี 3 จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ บอกว่า ส่วนตัวเป็นการไปต่างประเทศครั้งแรก รู้สึกตื่นเต้น แต่ก็สนุกและได้เรียนรู้แง่คิดต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะแง่คิดในการดำรงชีวิต ซึ่งคนเกาหลีมีความรับผิดชอบในการทำงานสูงมาก ถึงกับพูดว่าถ้าไม่มีงานทำก็อยู่ไม่ได้ และยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนเป็นอย่างยิ่ง แต่ที่ยอมรับว่าทึ่งมากคือความรักและภาคภูมิใจในความเป็นเกาหลี เห็นได้จากการใช้แต่สินค้าที่ผลิตเอง และเลี่ยงใช้สินค้าต่างชาติ โดยเฉพาะสินค้าของประเทศที่เคยกดขี่เกาหลีมาก่อน

“การได้พูดคุยกับนักศึกษาเกาหลีก็น่าประทับใจ ได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกัน ได้สอนเพื่อนเกาหลีให้พูดภาษาไทย สอนรำและร้องเพลงไทย บางคนถึงกับบอกว่าอยากมาเที่ยวเมืองไทยมาก ซึ่งหลังจากนี้ก็จะยังคงติดต่อกับเพื่อนเกาหลีตลอดไป” ธิดารัตน์ ยืนยัน

ผลที่ได้จากการเดินทางครั้งนี้คงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการเปิดโลกทัศน์ให้ แก่นักศึกษา เพื่อเตรียมพร้อมก้าวสู่การเปิดประชาคมอาเซียน ซึ่งเมื่อมีก้าวแรกก็ย่อมมีก้าวที่สองและก้าวต่อ ๆ ไป แต่ที่จะลืมมิได้ก็คือ การเรียนรู้มากมายที่ได้รับควรถูกนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ด้วย ไม่เช่นนั้นโลกทัศน์ที่ถูกเปิดก็คงเป็นแค่การเปิดระยะสั้น ๆ หลังจากนั้นก็หลับสนิทไม่รู้โลกกันต่อไป.

พูนทรัพย์ ทองทาบ

ข่าวการศึกษา ที่มา เดลินิวส์

3 สถาบันไม่สนสกอ.ลุยรับนศ.สัตวแพทย์

March 31st, 2011

จากการที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้ขอให้คณะสัตวแพทย์ 4 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น มหาวิทยาลัยมหาสารคาม(มมส.) มหา วิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ตะวันออก และ มทร.ศรีวิชัย ที่เปิดสอนโดยหลักสูตรยังไม่ผ่านการรับรองจากสัตวแพทยสภา ชะลอการรับนิสิต นักศึกษา ในปีการศึกษา 2554 เพราะจะมีผลให้นิสิต นักศึกษา ที่เรียนไม่สามารถไปสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ได้นั้น รศ.ดร.ศุภชัย สมัปปิโต อธิการบดี มมส. กล่าวว่า มมส.เปิดรับนิสิตคณะสัตวแพทยศาสตร์และสัตวศาสตร์ มาตั้งแต่ปีการศึกษา 2551 รับปีละ 50 คน ขณะนี้มีนิสิตทั้งสิ้น 150 คน โดยที่ผ่านมาสัตวแพทยสภาได้เยี่ยมคณะฯและมีข้อเสนอแนะ ซึ่งทางคณะฯก็ได้ปรับปรุงตามข้อเสนอทั้งเรื่องเครื่องมือ การหาอาจารย์ที่จบด้านสัตวแพทย์ ซึ่งมีถึง 40 คน รวมถึงเตรียมการก่อสร้างโรงพยาบาลสัตว์ ที่ใช้งบฯรายได้มหาวิทยาลัย 152 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นโรงฝึกงานและรักษาสัตว์ทั่วไป นอกจากนี้คณะยังได้ทำแผน 5 ปี (พ.ศ. 2554-2558) พัฒนาคณะสัตวแพทย์ด้วย ทั้งนี้คาดว่าสัปดาห์หน้าจะเสนอแผนและหลักสูตรต่อสัตวแพทยสภา เพื่อขอรับการประเมินต่อไป อย่างไรก็ตามในปีการศึกษา 2554 คณะสัตวแพทยศาสตร์และสัตวศาสตร์ มมส.จะรับนิสิต 50 คน โดยแจ้งให้เด็กที่จะเข้าเรียนทราบว่าหลักสูตรนี้ยังไม่ผ่านการรับรอง พร้อมทั้งให้เซ็นชื่อรับทราบ ซึ่งตนมั่นใจว่ายังมีผู้สนใจที่จะเข้าเรียนคณะนี้

รศ.ประชีพ ชูพันธุ์ อธิการบดี มทร.ศรีวิชัย กล่าวว่า ในปีการศึกษา 2554 นี้ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มทร.ศรีวิชัย จะเปิดรับนักศึกษาต่อไป เพราะขณะนี้ไม่มีสถาบันอุดมศึกษาใดในภาคใต้ที่ผลิตบัณฑิตคณะสัตวแพทย์เลย ขณะเดียวกันสัตวแพทย์ยังขาดอีกมาก ต้องเร่งผลิต ดังนั้นเราต้องทำให้ดีที่สุด และให้การผลิตเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สัตวแพทยสภากำหนด ทั้งนี้ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มทร.ศรีวิชัย รับนักศึกษามาตั้งแต่ ปี 2551โดยรับปีละ 48 คน และในเร็ว ๆ นี้มหาวิทยาลัยจะเสนอแผนพัฒนาคณะและหลักสูตร ให้สัตวแพทยสภาเข้ามาประเมิน และมั่นใจว่าจะผ่านการรับรอง เพราะเรามีความพร้อมระดับหนึ่งแล้ว คือ มีโรงพยาบาลสัตว์เล็กที่กำลังจะปรับปรุงเป็นโรงพยาบาลสัตว์ใหญ่ มีอาคารเรียนร่วม มีห้องปฏิบัติ และมีอาจารย์ที่มีคุณภาพ

ด้าน ศ.ดร.สิน พันธุ์พินิจ อธิการบดี มทร.ตะวันออก กล่าวว่า ในวันที่ 31 มี.ค.นี้มหาวิทยาลัยจะเสนอแผนและหลักสูตรต่อสัตวแพทยสภา เพื่อเข้ามาประเมิน โดยตนได้เสนอให้ประเมินแบบสร้างสรรค์ ซึ่งเบื้องต้นสัตวแพทยสภาก็เห็นด้วย เพื่อเดินหน้าไปพร้อมกันในการให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตสัตวแพทย์ และในปี 2554นี้ คณะสัตวแพทยศาสตร์ ก็จะรับนักศึกษาอีก 30 คน โดยจะแจ้งให้เด็กและผู้ปกครองรับทราบถึงสถานภาพด้วยว่าหลักสูตรยังไม่ผ่าน การรับรองจากสัตวแพทยสภา.

ข่าวการศึกษา ที่มา เดลินิวส์

เกษตรมข.รับวิธีพิเศษ

March 30th, 2011

คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เปิดรับสมัครนักเรียนชั้น ม.6 สายวิทยาศาสตร์ทั่วประเทศที่มีผลการเรียนดี และ นักเรียนทุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าศึกษาต่อโดยวิธีพิเศษ นักเรียนที่สนใจสมัครได้ที่งานบริการการศึกษา คณะเกษตรศาสตร์ มข. ตั้งแต่บัดนี้ ถึง วันที่ 22 เม.ย. 2554 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0-4320-2360 หรือ เว็บไซต์ http://ag.kku.ac.th

อบรมมัคคุเทศก์ทั่วไป

คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ร่วมกับ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดโครงการอบรมหลักสูตรมัคคุเทศก์ทั่วไป (ต่างประเทศ) รุ่น 4 ระหว่างวันที่ 21 พ.ค.-28 พ.ย. 2554 อบรมเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ โดยผู้สมัครต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี สำเร็จการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่าขึ้นไป สามารถพูด อ่าน เขียน ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คณะศิลปศาสตร์ มทร.ธัญบุรี โทร.0-2549-4968 หรือที่อาจารย์ พัชรินทร์ จึงประวัติ โทร.08-4643-4295 อาจารย์มธุรา สวนศรี โทร.08-6778-1032

ม.ศิลปากรเปิดรับ ป.โท

วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร เปิดรับสมัครนักศึกษาในระดับปริญญาโทศึกษาเป็นภาษาอังกฤษ สาขาวิชาการจัดการการโรงแรมและการท่องเที่ยว (หลักสูตร 2 ปริญญา) และสาขาวิชาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ โดยผู้ที่สนใจสามารถส่งใบสมัครทางไปรษณีย์ได้ตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย.-1 พ.ค. 2554 หรือยื่นใบสมัครด้วยตนเองตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. ถึงวันที่
8 พ.ค. 2554 ผู้ที่สนใจติดต่อขอรับใบสมัครได้ที่วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร ถนนบรมราชชนนี หรือ ดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.suic.org สอบถามข้อมูลเพิ่ม
เติม ติดต่อ 0-2849-7522 หรือ 0-2880-8361-3.

จัดสรรโควตาขยับเงินเดือนครู คาดเร็วๆนี้ ได้ปรับ 8%

March 26th, 2011

ก.ค.ศ. หารือจัดสรรโควตาขยับเงินเดือนครู คาดเร็วๆนี้ ครูจะได้รับการปรับอัตราเงินเดือนจากบัญชีอัตราเงินเดือนปัจจุบัน 8% …

นางศิริพร กิจเกื้อกูล เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน ก.ค.ศ.ได้รับข้อหารือเกี่ยวกับการคำนวณโควตาการเลื่อนขั้นเงินเดือน ครั้งที่ 1 วันที่ 1 เม.ย.ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับเงินเดือนถึงขั้นสูงของ อันดับเงินเดือนของตำแหน่งและวิทยฐานะในอันดับ คศ.3 เต็มขั้น และให้ได้รับเงินเดือนในอันดับ คศ.4 ตามกฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยการให้ข้าราชการครูฯได้รับเงินเดือนสูงกว่าหรือต่ำกว่าขั้นต่ำ หรือสูงกว่าขั้นสูงของอันดับ พ.ศ. 2553 จะนับอยู่ในกลุ่มที่ 1 คือตำแหน่งและวิทยฐานะที่รับเงินเดือนในอันดับครูผู้ช่วย คศ.1 คศ.2 และ คศ.3 หรือกลุ่มที่ 2 คือ ตำแหน่งและวิทยฐานะที่รับเงินเดือนในอันดับ คศ.4 และ คศ.5 ซึ่งสำนักงาน ก.ค.ศ.ได้ซักซ้อมทำความเข้าใจเกี่ยวกับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้า ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาแล้วได้ข้อสรุปว่า การจัดสรรโควตาการ เลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการครูฯ กลุ่มที่ 1 ให้คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้พิจารณาจัดสรร ส่วนกลุ่มที่ 2 ก.ค.ศ. เป็นผู้พิจารณาจัดสรร

เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าวอีกว่า คาดว่าเร็วๆนี้ข้าราชการครูฯจะได้รับการปรับอัตราเงินเดือนจากบัญชีอัตรา เงินเดือนปัจจุบัน 8% ตามบัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงแนบท้ายร่าง พ.ร.บ. เงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งฉบับใหม่ ส่วนกรณีของข้าราชการครูฯที่เงินเดือนต่ำกว่าขั้นต่ำของบัญชีเงินเดือนขั้น ต่ำขั้นสูงที่ไม่ได้ปรับเงินเดือน 8% นั้น เมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยอันมีผลให้ร่าง พ.ร.บ.เงินเดือน เงินวิทยฐานะ มีผลบังคับใช้ จะมีการเรียกประชุม ก.ค.ศ.ทันที ซึ่งแนวโน้มน่าจะใช้วิธีพอกขั้นเงินเดือนให้แก่ข้าราชการครูฯกลุ่มดังกล่าว

ข่าวการศึกษา ที่มา ไทยรัฐ

ท้าตรวจความโปร่งใสรับนักเรียน

March 26th, 2011

“ชินวรณ์” ลั่นไม่เปิดรับนักเรียนรอบสองแน่นอน ท้าผู้ปกครองที่ยังข้องใจที่มองว่าอาจจะไม่โปร่งใสตรวจสอบ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 25 มี.ค. ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ภาคีเครือข่ายผู้ปกครอง ได้แก่ ชมรมค่านิยมเพื่อสร้างชาติ สภาธรรมาภิบาล ชมรมเกษรชุมชน เครือข่ายพ่อแม่เยาวชนเพื่อการปฏิรูปการศึกษา เครือข่ายวิทยุชุมชน สมาคมเครือข่ายผู้ปกครองแห่งชาติ เครือข่ายผู้ปกครองเพื่อความเป็นธรรมทางการศึกษา เครือข่ายผู้ปกครองฝั่งธนบุรี เครือข่ายผู้ปกครองคนพิการ และตัวแทนนักเรียน กว่า 20 คน เข้ามอบดอกไม้ให้กำลังใจ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ เพื่อสนับสนุนนโยบายขจัดเด็กฝาก และแป๊ะเจี๊ยะ ในการรับนักเรียนประจำปีการศึกษา 2554

นายชินวรณ์ กล่าวว่า จากการได้รับรายงานเบื้องต้นขณะนี้สำหรับการรับนักเรียนชั้นม.1 มีผู้มาสมัคร 230,000 คน และสามารถเข้าโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงได้จำนวน 190,000 คน เหลือเพียงแค่ร้อยละ 10 ที่จะต้องเลือกเรียนในโรงเรียนคู่พัฒนา ตามที่เลือกไว้ สำหรับชั้นม.4 นั้นมียอดสมัคร 240,000 คน ซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่ก็จะเป็นในส่วนของนักเรียน ม.3 ขึ้น ม.4 โรงเรียนเดิม และที่สอบคัดเลือก ทั้งนี้ตนได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เชิญผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ซักซ้อมทำความเข้าใจถึงแนวทางหลังจากที่มีการจับฉลากในวันที่ 27 มี.ค.นี้ ซึ่งจะมีนักเรียนบางส่วนที่ต้องเลือกเรียนโรงเรียนคู่พัฒนา สายอาชีพ และโรงเรียนเอกชน อย่างไรก็ตามตนได้มอบให้ สพฐ.คัดเลือกโรงเรียนคู่พัฒนา 10 แห่ง เพื่อมารองรับนักเรียนที่เหลือในส่วนของพื้นที่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล และจะได้จัดงบประมาณจำนวน 200 ล้านบาท ในปีการศึกษา 2554 นี้ ให้โรงเรียนคู่พัฒนาดังกล่าวได้พัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม

“ผมเข้าใจดีว่าการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งจะได้รับทั้งดอกไม้และก้อนอิฐ แต่ผมก็จะพยายามจัดระบบการรับนักเรียนให้โปร่งใส เป็นธรรม และขอยืนยันอีกครั้งว่าจะไม่เปิดรับรอบ 2 แน่นอน ซึ่งผู้ปกครองต้องคิดหาทางเลือกให้กับลูก เมื่อลูกไม่สามารถเข้าโรงเรียนดังได้ก็ไม่อยากให้กดดันลูก เพราะหากยังยืนยันจะเข้าให้ได้ เมื่อลูกเข้าไปเรียนก็อาจเรียนไม่ได้ จนต้องออกกลางคัน จึงอยากให้ตัดสินใจเลือกโรงเรียนคู่พัฒนา เรียนสายอาชีพ หรือเอกชน ตามความสามารถของเด็ก” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

นายชินวรณ์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีที่ผู้ปกครองนักเรียนบางรายยังข้องใจเรื่องการรับนักเรียนที่มองว่า อาจจะไม่โปร่งใสนั้น ยืนยันว่าเรื่องนี้ตรวจสอบได้อย่างโปร่งใสอยู่แล้ว ซึ่งผู้ปกครองรายใดที่ยังข้องใจก็สามารถไปรับฟังคำชี้แจง และรายละเอียดของการรับนักเรียนของสถานศึกษาแต่ละแห่งจากสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาได้ เพราะก่อนหน้านี้ สพฐ.ได้มอบนโยบายไปแล้วว่าเขตพื้นที่ฯ และโรงเรียนจะต้องมีแผนการรับนักเรียนชั้นม.1 และ ม.4 ที่ชัดเจน โดยจะต้องสามารถชี้แจงข้อข้องใจต่างๆ ให้กับผู้ปกครองได้ทันที อย่างไรก็ตามขณะนี้กระบวนการคัดเลือกนักเรียนเข้าเรียนต่อยังไม่เสร็จสิ้น ดังนั้นคงต้องรอหลังวันที่ 4 เม.ย.นี้ ศธ.จึงจะได้รายชื่อนักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกในแต่ละโรงเรียน และจะสามารถตรวจสอบความไม่โปร่งใสได้.

ข่าวการศึกษา ที่มา เดลินิวส์

"ชินวรณ์" ปลง ผปค.ไม่พอใจลูกพลาด ร.ร.ดัง วอนอย่าพยายามหาช่องยัดเงิน ยันไม่กระทบฐานเสียง

March 26th, 2011

“ชินวรณ์” ปลงผู้ปกครองไม่พอใจลูกพลาดโรงเรียนดัง ชี้ ม.1 กว่า 2.7 แสนคน สมหวังถึง 85% ที่เหลือโยกไปโรงเรียนคู่พัฒนา เชื่อเดินมาถูกทาง วอนผู้ปกครองเลิกหวังหาช่องดันลูก ยัดเงินเข้าเรียน ไม่ห่วงฐานเสียงตก ประกาศลั่น “ไม่ได้มาเป็นรัฐมนตรีเพื่อรับฝากเด็ก”

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่มีผู้ปกครองโทรศัพท์เข้ามาต่อว่าเกี่ยวกับนโยบายการรับนัก เรียนผ่านทางสายด่วน 1579 ว่า นโยบายการรับนักเรียนในปี 2554 ถือเป็นโยบายที่ผ่านขั้นตอนการแสดงความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง อาทิ การแสดงความคิดเห็นจากผู้บริหารสถานศึกษา และการทำประชาพิจารณ์ จนนำมาสู่การออกกฎ 9 ข้อ เพื่อต้องการให้คุณภาพการศึกษาดีขึ้น คุณภาพของโรงเรียนใกล้เคียงกัน มีการระดมทรัพยากรที่โปร่งใส ตลอดจนผู้บริหารสถานศึกษาจะไม่ถูกกล่าวหาว่ามีการเรียกรับเงินในการฝากเด็ก เข้าเรียนอีกต่อไป ทั้งนี้ จึงเป็นธรรมดาของนักเรียนที่ผิดหวังอาจจะไม่พอใจ แต่นักเรียนส่วนใหญ่ที่สอบได้ก็ส่งจดหมายและอีเมลเข้ามาให้กำลังใจ ซึ่งในปีนี้มีผู้สมัครเข้าเรียนชั้น ม.1 ประมาณ 270,000 คน และมีผู้ที่สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงได้ถึงร้อยละ 85 โดยมีเพียงร้อยละ 15 เท่านั้น ที่ต้องเข้าเรียนในโรงเรียนคู่พัฒนา อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า นโยบายการรับนักเรียนในขณะนี้ถือว่าเดินมาถูกทางแล้ว จึงไม่อยากให้ผู้ปกครองรอการเปลี่ยนแปลงแต่อยากให้ตัดสินใจให้ลูกได้เรียน ตาม ความถนัดและความสามารถเพื่อลดความกดดันกับเด็กในการเสียเงินเพื่อแลกกับการ เข้าเรียน

“ผมเชื่อว่า นโยบายดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งอย่างแน่นอน เพราะเป็นการทำเพื่อส่วนรวม และต้องการเห็นคุณภาพการศึกษาดีขึ้น และเป็นไปตามเป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 ซึ่งตอนที่ประกาศนโยบายก็มีแต่ผู้อำนวยการสถานศึกษาปรบมือให้กำลังใจ และจะต้องมาถามว่าจะให้ผมมาเป็นรัฐมนตรีเพื่อรับฝากเด็กหรือจะให้มาเป็น รัฐมนตรีเพื่อเดินหน้าการปฏิรูปการศึกษา” รมว.ศธ.กล่าว

นายชินวรณ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับภาพรวมการรับนักเรียนในเงื่อนไขพิเศษมีประมาณร้อยละ 1.5 หรือประมาณ 3,000 คนเท่านั้น จากนักเรียนเงื่อนไขปกติประมาณ 200,000 คน ส่วนที่มีบางโรงเรียนรับนักเรียนในเงื่อนไขพิเศษเป็นจำนวนมากนั้นขณะนี้ได้ รับการรายงานเข้ามาแล้วซึ่งก็เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่วางไว้ ซึ่ง บางโรงเรียนอาจมีการรับนักเรียนในเงื่อนไขพิเศษจำนวนมาก เพราะต้องขึ้นอยู่กับบริบทของแต่และโรงเรียน อาทิ โรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือโรงเรียนที่จำเป็นจะต้องรับเด็กพิการเข้าเรียน เป็นต้น

ข่าวการศึกษา ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์

อาชีวะปลื้มเด็กแห่สมัครเกินคาด

March 23rd, 2011

ดร.สืบแสง พรหมบุญ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานศูนย์ประสานงานการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2554 เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางศูนย์ฯกำลังรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับผ่านสายด่วน 1579 ในช่วงการรับสมัคร 12-16 มี.ค. ซึ่งเบื้องต้นพบว่ายังมีผู้ปกครองที่ไม่เข้าใจแนวปฏิบัติการรับนักเรียน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะยุ่งหรือไม่มีเวลา ส่วนเรื่องร้องเรียนยังไม่มีเข้ามา อย่างไรก็ตามหลังประกาศผลรับนักเรียนวันที่ 22 มี.ค. ตนอยากให้ผู้ปกครองที่บุตรหลานพลาดหวังควรให้บุตรหลานได้เข้าโรงเรียนสำรอง ที่เลือกไว้ ทุกคนก็จะมีที่เรียนแน่นอน ไม่ควรยึดติดกับชื่อเสียงของโรงเรียน เพราะไม่ว่าอยู่โรงเรียนไหนก็เรียนแล้วประสบความสำเร็จได้เช่นกัน ด้าน น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รมช.ศธ. กล่าวถึงการรับสมัครปวช. รอบที่ 1 เมื่อวันที่ 12-16 มี.ค.ว่า ปีนี้เป็นครั้งแรกที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)เปิดรับสมัครช่วงเวลาเดียวกับการรับสมัครนักเรียนม.4 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปรากฏว่า มีเด็กสมัครเข้าเรียนต่ออาชีวศึกษามากถึง 160,000 คน คิดเป็น 65-70% ของเป้าหมายที่ตั้งไว้ 204,850 คน ทำให้เห็นว่าค่านิยมการเรียนต่ออาชีวศึกษาของเด็กไทยเริ่มมีมากขึ้น ต่างจากที่ผ่านมาที่มักจะเรียนสายอาชีพเมื่อพลาดหวังจากการคัดเลือกเข้า ม.4 น.ส.นริศรา กล่าวต่อไปว่า เดิมคิดว่าการรับสมัครพร้อมสพฐ. น่าจะมีเด็กมาสมัครไม่ถึง 50,000 คน หรือประมาณ 30% ของเป้าหมาย แต่กลับมีมากถึง 65-70% ซึ่งไม่เคยมีปรากฏการณ์เช่นนี้มาก่อน อย่างไรก็ตามสถานศึกษาอาชีวะยังจะเปิดรับสมัครรอบ 2 ในวันที่ 20-30 เม.ย. 54 เพิ่มจากแผนอีก 65,000 คน ซึ่งนักเรียนที่สนใจสอบถามได้ที่ศูนย์ประสานงานการรับนักเรียน สอศ. โทร.1156 เว็บไซต์ www.vec.go.th หรือสถานศึกษาสังกัด สอศ.ทุกแห่งทั่วประเทศ “10 อันดับแรกที่มีผู้สมัครมากที่สุด ได้แก่ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี (วษท.) บุรีรัมย์ สมัครเกินเป้าหมาย 330%, วษท.อุทัยธานี 308% วิทยาลัยสารพัดช่างอุดรธานี 297% วิทยาลัยการอาชีพ (วก.) วารินชำราบ 255% วก.สตึก 232% วิทยาลัยเทคนิค (วท.) หาดใหญ่ 195% วิทยาลัยพณิชยการ (วพ.) บางนา 194% วิทยาลัยอาชีวศึกษา (วอศ.) นครศรีธรรมราช 194% วท.เชียงใหม่ 193% และ วท.สระบุรี 187%” รมช.ศธ.กล่าว ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า สถานศึกษาที่มีนักเรียนสมัครเกินเป้าหมายต้องมีการเพิ่มห้องเรียนในสาขา วิชาชีพที่มีความต้องการสูง อาทิ พาณิชยนาวี โลจิส ติกส์ ช่างเชื่อม อาหารและเกษตร ฯลฯ รวมทั้งเปิดสาขาวิชาใหม่ที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงาน และจัดหาทรัพยากรเพิ่มเติมให้แก่สถานศึกษา ประกอบด้วย ครูและบุคลากร วัสดุ เครื่องมืออุปกรณ์ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ และงบประมาณอุดหนุนตามนโยบายเรียนฟรี เรียนดี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนได้คุณภาพมาตรฐาน.

ข่าวการศึกษา ที่มา เดลินิวส์ วันที่ 23 มีนาคม 2554

สกอ.ตั้งศูนย์ความเป็นเลิศ

March 21st, 2011

ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)

เปิด เผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ กกอ.ได้กำหนดแนวทางจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการ หรือ Centre of Excellence (CoE) ด้านมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ ไว้ 2 ประเด็นหลัก คือ
1. เพื่อการศึกษาวิจัยที่เป็นการวิจัยพื้นฐาน หรือ เบสิก รีเสิร์ช (Basic research) ที่เป็นการตอบสนองความต้องการของสังคม และ
2. เพื่อการศึกษาวิจัยที่เป็นงานวิจัยเชิงประยุกต์ โดยกำหนดองค์ความรู้พื้นฐานที่สามารถให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการพัฒนา ประเทศ ทั้งนี้จะมีความแตกต่างจากศูนย์ความเป็นเลิศฯ 7 ศูนย์ ที่จัดตั้งไปแล้ว เนื่องจากขณะนี้ มีเด็กสนใจเรียนมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์น้อยลง ทำให้ขาดแคลนครูด้านนี้ ดังนั้นการจัดตั้งศูนย์ฯดังกล่าวจะทำหน้าที่ศึกษาวิจัย และผลิตบุคลากรเพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศ โดยได้มอบหมายให้รศ.ดร.พินิติ รตะนานุกูล รองเลขาธิการกกอ. รวบรวมข้อมูลการจัดตั้งศูนย์ฯ เสนอกกอ. ได้พิจารณาภายในสัปดาห์นี้.

ข่าวการศึกษา ที่มา เดลินิวส์ วันที่ 21 มีนาคม 2554

สกศ.ไฟเขียวร่างเกณฑ์ตรวจสอบประสิทธิภาพใช้งบ สพฐ.-เขตพื้นที่

March 17th, 2011

สกศ.ไฟเขียวร่างหลักเกณฑ์ ตรวจสอบ ประเมินประสิทธิภาพ การใช้จ่ายงบ สพฐ.-เขตพื้นที่ ยันแค่ติดตามความคุ้มค่า ไม่ได้จับผิดการใช้งบฯ เน้นดูภาพรวมผลสัมฤทธิ์ ทางการศึกษา พร้อมมอบฝ่ายกฎหมายปรับคำนิยามให้ชัด ก่อนเสนอ “ชินวรณ์” ชง ครม.พิจารณา

ศ.(พิเศษ) ธงทอง จันทรางศุ เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เปิดเผยผลการประชุม สกศ.เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการในการตรวจสอบติดตาม และการประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลการใช้จ่ายงบประมาณการจัดการศึกษาของ สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ…. โดยร่างดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะติดตามว่าการใช้งบในการจัดการศึกษาทั้งระบบ ว่าคุ้มค่าหรือไม่ จะไม่ใช่การเข้าไปติดตามตรวจสอบว่าสถานศึกษาแต่ละแห่งใช้จ่ายงบถูกต้องหรือ ไม่ เนื่องจากเรื่องเหล่านี้มีหน่วยงานที่จะเข้าไปตรวจสอบอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นจะเน้นดูภาพรวมผลสัมฤทธิ์ความสำเร็จทางการศึกษาในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพราะผู้เรียนในระบบการศึกษามากกว่าร้อยละ 80 เรียนอยู่ในสถานศึกษาสังกัด สพฐ.แต่หลังจากนั้นจะมีการติดตามสถานศึกษาในสังกัดอื่นต่อไป

ที่ประชุมได้ตั้งข้อสังเกตว่า ควรมีการนิยามคำว่าประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้มีความชัดเจน ว่า มีความหมายอย่างไร และประกอบด้วยอะไรบ้าง เพราะอาจจะเข้าใจสับสนกันได้ ขณะเดียวกัน ควรลดการประเมินที่จะต้องใช้เอกสาร เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนและเป็นภาระกับครู ทั้งนี้ ข้อสังเกตต่างๆ คณะอนุกรรมการด้านกฎหมายการศึกษา ซึ่งมี ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ เป็นประธาน จะนำไปปรับปรุง จากนั้นจะเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาต่อไป” เลขาธิการ สกศ.กล่าว

ศ.(พิเศษ) ธงทอง กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษ ที่ 2 (พ.ศ.2552-2561) ของคณะกรรมการนโยบายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 (กนป.) ซึ่งมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยขณะนี้ได้มีการกำหนดเป้าหมาย ยุทธศาสตร์ และงบประมาณในการดำเนินจนถึงปี 2561 แล้ว ดังนั้น หลังจากนี้บทบาทการสานต่อจะพลิกกลับมาเดินกลไกที่ สกศ.มากขึ้น ส่วน กนป.จะปรับบทบาทเป็นคณะกรรมการติดตาม ดูแล และแก้ไขปัญหาในระดับนโยบาย

ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 มีนาคม 2554

อย่าช้า! ก.พ. เปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ

March 17th, 2011

ก.พ. เปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

…..

รายงาน ข่าวแจ้งว่า สำนักงาน ก.พ. จะเปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในส่วนราชการ ที่ต้องการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ ประจำปี 2554 ตำแหน่ง นิติกรปฏิบัติการ ตำแหน่งนักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ ตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ และตำแหน่งนักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ โดยพิจารณาการรับสมัครจากผู้สำเร็จการศึกษาวุฒิปริญญาตรี สาขาวิชานิติศาสตร์ สาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชาบริหารธุรกิจ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ สาขาวิชาบริหารรัฐกิจ/รัฐประศาสนศาสตร์ สาขาวิชารัฐศาสตร์ หรือสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งทางการจัดการทรัพยากรมนุษย์ ทางการบริหารงานบุคคล ทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์การ ทางการบริหารทรัพยากรมนุษย์และองค์การ และเป็นผู้ขึ้นทะเบียนผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ระดับปริญญาตรีของ ก.พ. แล้ว ในระหว่างวันที่ 4 – 24 มีนาคม พ.ศ. 2554

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมในกระกาศรับสมัครที่ ศูนย์ข่าวสำนักงาน ก.พ. ถนนติวานนท์ ซอย 4 อ. เมือง จ. นนทบุรี และทางอินเตอร์เน็ตได้ที่เว็บไซต์ http://job2.ocsc.go.th หรือ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 0 -2547-1329 , 0-2547-1330 ในวันและเวลาราชการ

ที่มา มติชนออนไลน์ วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2554