Posts Tagged ‘ข่าว’

จี้สพป.ทำแผนยุบโรงเรียนเล็ก

April 16th, 2011

ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมได้เร่งรัดการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กในสังกัด สพฐ. ที่มีทั้งสิ้น 14,397 โรง จำแนกเป็น 7 ขนาด ได้แก่ โรงเรียนที่ไม่มีนักเรียนจำนวน 137 โรง โรงเรียนที่มีนักเรียน 1-20 คน จำนวน 444 โรง โรงเรียนที่มีนักเรียน 21-40 คน จำนวน 1,967 โรง โรงเรียนที่มีนักเรียน 41-60 คน จำนวน 3,082 โรง โรงเรียนที่มีนักเรียน 61-80 คน จำนวน 3,355 โรง โรงเรียนที่มีนักเรียน 81-100 คน จำนวน 3,040 โรง โรงเรียนที่มีนักเรียน 101-120 คน จำนวน 2,372 โรง โดยมอบหมายให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ไปจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาว่าจะดำเนินการอย่างไร จะเป็นการยุบรวม หรือ การยุบเลิกโรงเรียน ขณะเดียวกันการจัดทำแผนแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กของเขตพื้นที่นั้น ๆ จะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของการบริหารโรงเรียนขนาดเล็กของแต่ละเขตพื้นที่ฯ ด้วย

“ขณะนี้ สพฐ.กำลังโดนแรงกดดันจากภายนอกที่จะไม่คืนอัตราเกษียณอายุราชการทั้งหมดให้ แก่ สพฐ. เนื่องจากมองว่า สพฐ.ไม่ได้ขาดครูจริง ซึ่งหากพิจารณาให้ดี สพฐ.ขาดครูเป็นจำนวนมาก เพียงแต่ครูไม่มีการกระจายตัวออกไปเท่านั้น ดังนั้นหากไม่ได้รับคืนอัตราเกษียณอายุราชการ สพฐ.จะขอเป็นงบประมาณชดเชยบุคลากรครูแทน เพื่อนำเงินมอบให้เขตพื้นที่ฯในการนำไปบริหารจัดการกระจายครูในพื้นที่ได้ อย่างทั่วถึง” ดร.ชินภัทร กล่าว.

ข่าวการศึกษา ที่มา เดลินิวส์

จ่อฟันมหา'ลัย'อ'ต้นตอปลอมวุฒิ

April 16th, 2011

คุรุสภาเล็งออกตั๋วครูแนวใหม่ แย้มต้องให้เข้าทดสอบทุกคน ด้าน “ไชยยศ” แฉมหาวิทยาลัย “อ” ต้นตอปัญหา เตรียมฟันผิดอาญา วอนคนช่วยเป็นพยานแย้มจะช่วยเยียวยา ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา เชื่อยังมีของปลอมอีกอื้อ อัดนโยบายรัฐผิดพลาด เร่งล้างภาพ “จ่ายครบ จบแน่” แถมเสนอ 5 มาตรการไขปัญหา

กรณีคุรุสภาพบมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งขายวุฒิประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครูใน ราคาเรือนหมื่น เพื่อให้ผู้ที่จบสามารถนำไปยื่นขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจากคุรุสภาต่อ จนนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ ต้องสั่งการให้คุรุสภา ในฐานะผู้เสียหาย ส่งเรื่องและหลักฐานไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อตรวจสอบกรณีดังกล่าว เพราะการซื้อขายใบปริญญาเก๊ ซึ่งถือว่าบั่นทอนความเชื่อมั่นของระบบการศึกษาไทย ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 14 เม.ย. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่ นายไชยยศ จิรเมธากร รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยผลการสอบข้อเท็จจริง ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กรณีการซื้อขายใบประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครูในมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งพบว่ามีมูลความจริง และมีนักศึกษา 1,345 คน เข้าข่ายซื้อใบ ป.บัณฑิตวิชาชีพครู ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายการขยายผลจับกุมมหาวิทยาลัยที่มีการซื้อขาย วุฒิปลอม เพื่อดูว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง และทำเป็นขบวนการหรือไม่

นายชินวรณ์ กล่าวต่อว่า สำหรับอธิการบดีที่เซ็นกำกับรับรองว่านักศึกษาจบการศึกษาและผ่านการฝึกงาน แต่รายชื่อบัณฑิตเหล่านี้ยังไม่ได้ผ่านการอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยนั้น ตนได้มอบให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่ สกอ. ตั้งขึ้นและดีเอสไอเข้าไปตรวจสอบหาข้อมูลที่มหาวิทยาลัยให้ละเอียดอีกครั้ง แล้ว ส่วนจะมีบทลงโทษอย่างไรนั้นให้ดูมูลความผิดเป็นรายกรณี ซึ่งตนได้ขอให้นายไชยยศเร่งดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็ว ที่สำคัญต้องไม่มีแพะรับบาป โดยตนจะถอนรากถอนโคนไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกในยุคปฏิรูปการศึกษา

ด้าน นายไชยยศ จิรเมธากร รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ขณะนี้มีคนโทรศัพท์เข้ามาสอบถามตนเป็นจำนวนมากว่า มหาวิทยาลัยเอกชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือแห่งนี้มีชื่อว่าอะไร ซึ่งตนจะยังไม่ขอเปิดเผยชื่อในเวลานี้ เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อนักศึกษาในคณะอื่น ๆ ของมหาวิทยาลัย ที่ สกอ.ยังไม่ได้ตรวจสอบว่ามีการกระทำผิดในลักษณะเดียวกันกับการออกใบ ป.บัณฑิตวิชาชีพครูหรือไม่ และหากนักศึกษาเรียนจบจริง เมื่อไปสมัครงานก็อาจจะถูกตัดสิทธิได้ เพราะนายจ้างอาจจะไม่มั่นใจ ดังนั้นจึงบอกได้เพียงว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้มีอักษรย่อ “อ”

“ผมขอวิงวอนให้นักศึกษา และผู้ปกครองที่ไม่ได้เรียนจริง แต่มีใบ ป.บัณฑิตหรือใบปริญญา ออกมาเปิดเผยตัวและเป็นพยาน เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญา โดยขณะเดียวกันก็จะได้กันนักศึกษาที่ให้ความร่วมมือไว้เป็นพยานและจะกำหนด หลักเกณฑ์ในการเยียวยานักศึกษากลุ่มนี้ต่อไป อย่างไรก็ตามหากหลังจากนี้มีนักศึกษาที่ไม่มาแสดงตัว แต่นำเอกสารดังกล่าวไปใช้ อาจถูกภาครัฐและนายจ้างดำเนินคดีในภายหลังได้ ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้น ศธ.เองก็คงช่วยอะไรไม่ได้แล้ว ส่วนเรื่องการเข้าไปเทคโอเวอร์
มหาวิทยาลัยคงต้องขอดูรายละเอียดความผิดของมหาวิทยาลัยก่อน แต่เบื้องต้นชัดเจนแล้วว่ามีความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารและการจัดการเรียนการ สอนไม่เป็นไปตามมาตรฐานของ สกอ.” นายไชยยศ กล่าว

ด้าน ดร.ดิเรก พรสีมา ประธานคณะกรรมการคุรุสภา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้คุรุสภาเคยกำหนดว่าจะปรับปรุงข้อบังคับการขอขึ้นทะเบียนรับใบ อนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาใหม่ โดยจะให้ผู้มาขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตฯ ทุกคนไม่ว่าจะจบจากสถาบันใดจะต้องเข้ารับการทดสอบด้วยข้อสอบของคุรุสภา หากได้คะแนนตามเกณฑ์ถึงจะได้รับใบอนุญาตฯ ซึ่งคาดว่าจะมีผลใช้บังคับในปี 2557 จากเดิมที่ผู้จบการศึกษาจากสถาบันที่ใช้หลักสูตรคุรุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ซึ่งได้รับการรับรองจากคุรุสภาแล้ว สามารถนำหลักฐานมาขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตฯ ได้เลย จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่าสถาบันจัดการเรียนการสอนได้มาตรฐานที่ขออนุมัติไว้ หรือไม่

ดร.ดิเรก กล่าวต่อว่า การประชุมคณะกรรมการคุรุสภา วันที่ 21 เม.ย.นี้ ตนจะหารือต่อที่ประชุมว่าควรจะรีบแก้ไขข้อบังคับให้คุรุสภาเป็นผู้ดูแล มาตรฐานความรู้ด้วยตนเองโดยเร็ว พร้อมทั้งให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตฯ ทุกคนเข้าทดสอบ โดยทำข้อสอบของคุรุสภาเร็วขึ้นจากกำหนดเดิมในปี 2557 เป็นในปี 2555 ส่วนในปี 2554 อาจจะนำข้อสอบบางส่วนมานำร่องให้นักศึกษาครูมาทดสอบวัดความรู้ก่อนในปี นี้

ในส่วนของนายองค์กร อมรสิรินันท์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า คุรุสภามีรายชื่อผู้จบ ป.บัณฑิตฯ ทั้ง 1,349 คนแล้ว หลังจากนี้จะลงพื้นที่ตรวจสอบเป็นรายบุคคล ซึ่งหากพบว่ากระบวนการได้ใบ ป.บัณฑิตวิชาชีพครู ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่คุรุสภากำหนด เช่น ไม่ได้ฝึกงานภาคปฏิบัติในโรงเรียน หรือไม่ได้เข้าเรียน เป็นต้น ทางคุรุสภาจะเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูทันที ทั้งนี้จะพยายามเร่งดำเนินการเรื่องนี้ให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว แต่ขณะนี้ยังติดปัญหาโรงเรียนปิดภาคเรียนจึงทำให้ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบยัง โรงเรียนว่ามีนักศึกษาที่จบจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้มาฝึกงานภาคปฏิบัติจริง หรือไม่ แต่คาดว่าหลังจากเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 แล้วในช่วงประมาณเดือน พ.ค.นี้ กระบวนการตรวจสอบจะเสร็จสิ้นแน่นอน

“ที่ผ่านมาเราให้เกียรติและเชื่อใจมหาวิทยาลัย เมื่อส่งรายชื่อผู้สำเร็จการศึกษามา เราก็ออกใบอนุญาตฯ ให้ แต่หลังจากนี้เมื่อมีตัวอย่างเกิดขึ้นให้เห็น คุรุสภาคงต้องพิจารณาให้รอบคอบมากขึ้น และต้องรีบนำหลักเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตฯ รูปแบบใหม่ ซึ่งกำหนดว่าผู้ขอรับทุกคนจะต้องทำข้อสอบของคุรุสภา หากได้คะแนนถึงเกณฑ์ที่คุรุสภากำหนด ทางคุรุสภาก็จะออกใบอนุญาตฯ ให้ โดยจากเดิมจะเริ่มใช้หลักเกณฑ์นี้ในปี 2557 แต่เมื่อมีเรื่องเกิดขึ้นก็จะทบทวนการใช้หลักเกณฑ์นี้ให้เร็วขึ้นกว่าเดิม ซึ่งหากเป็นไปได้จะเริ่มในปี 2555 เลยก็ได้” นายองค์กร กล่าว

สำหรับ นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ส.ว. นครศรีธรรมราช ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา กล่าวว่า ปัญหาการปลอมวุฒิการศึกษาเป็นปัญหาใกล้เคียงเชื่อมโยงกับการศึกษาที่ไม่มี คุณภาพ ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลจะต้องเร่งเข้าไปดูแลแก้ไข ดังนั้นในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาฯ จึงขอเสนอทางออกให้กับรัฐบาล 5 ข้อ ดังนี้ 1. รัฐบาลควรจะเปิดศูนย์รับข้อมูลเหล่านี้ 2. เมื่อตรวจสอบพบว่าปลอมปริญญาจริง ขอเรียกร้องให้รัฐบาลต้องดำเนินการให้ถึงที่สุดทั้งทางคดีอาญาและการบริหาร โดย สกอ.อาจต้องให้คณะวิชาประกาศงดรับนักศึกษาในภาคศึกษาใหม่และหากความผิด รุนแรงต้องลงโทษถึงปิดคณะไปเลย

นายสิริวัฒน์ กล่าวต่อว่า 3. นโยบายการที่ให้เอกชนช่วยรัฐบาลจัดการการศึกษาถือเป็นนโยบายที่ดี จึงควรสนับสนุนในเรื่องของบประมาณ เพื่อให้เอกชนเข้มแข็งพึ่งพาตัวเองได้ มิเช่นนั้นสถาบันฯ คงต้องไปเน้นหาเงินจากผู้เรียนโดยไม่คำนึงถึงคุณภาพ เพราะเดี๋ยวนี้มีบางมหาวิทยาลัยเอกชนกล่าวว่า “จ่ายครบ จบแน่” 4. ผลิตครูให้สอดคล้องกับตำแหน่งที่ต้องการในระบบ และ 5. ขอให้รัฐฯ ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยความระมัดระวังมิเช่นนั้นจะกลายเป็นการกลั่นแกล้งทาง การเมือง เพราะช่วงนี้ใกล้เลือกตั้งด้วย.

ข่าวการศึกษา ที่มา เดลินิวส์

600นศ.ขาดคุณสมบัติกู้กยศ.คาดโทษผู้บริหารมรภ.ชัยภูมิ

April 16th, 2011

นายขจร จิตสุขุมมงคล ผอ.สำนักส่งเสริมและพัฒนาสมรรถนะบุคลากร สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.)ชัยภูมิ ได้อนุมัติให้นักศึกษาที่เข้าศึกษาในปีการศึกษา 2551 จำนวน 1,400 คน กู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ทั้งที่ขาดคุณสมบัติการกู้ยืมว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นพบว่ามีนักศึกษาที่ไม่น่าจะมีปัญหา 800 คน ส่วนที่เหลือ 600 คน น่าจะมีปัญหาขาดคุณสมบัติการกู้ กยศ.แต่เนื่องจากข้อมูลที่ได้มายังไม่สมบูรณ์ ดังนั้นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งมี ดร.สว่าง ภู่พัฒน์วิบูลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม เป็นประธาน จะต้องลงพื้นที่เพื่อไปหาข้อมูลเชิงลึกอีกครั้ง และหากพบว่าผู้บริหาร มรภ.ชัยภูมิ ทำผิดจริง ก็ต้องดำเนินการลงโทษทางวินัยหรือคดีอาญาต่อไป

ด้าน ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า เมื่อ สกอ.ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเสร็จ จะเร่งรายงาน กยศ.ทราบ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดสรรเงินให้แก่ มรภ.ชัยภูมิ อย่างไรก็ตามเมื่อขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปผลได้ ดังนั้นนักศึกษาที่เข้าข่ายว่าขาดคุณสมบัติการกู้ กยศ.ก็ยังมีสิทธิกู้ต่อเนื่องได้ แต่ถ้ามีผล ออกมาว่าขาดคุณสมบัติจริงต้องดูว่า กยศ.จะดำเนินการอย่างไร.

'การศึกษาสงเคราะห์'ชีวิตใหม่เด็กด้อยโอกาส

April 12th, 2011

“เด็กด้อยโอกาสทางการศึกษาในวันนี้ จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่สร้างปัญหาให้แก่สังคม ด้วยเหตุผลที่มาจากความไม่รู้

แต่ หากทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสให้ ทั่วถึงและอย่างมีคุณภาพแล้ว สังคมในอนาคตจะมีบุคคลที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยพัฒนาในทุก ๆด้าน ” นี่คือ คำกล่าวของ ดร.บัญชร จันทร์ดา ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 23 จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งทำงานกับกลุ่มเด็กด้อยโอกาสมาเกือบทั้งชีวิต ตั้งแต่สมัยที่เป็นนักศึกษาอาสาสมัครของกรมประชาสงเคราะห์ ครูโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ จนกระทั่งนั่งเก้าอี้ผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งได้กล่าวย้ำกับสื่อมวลชน ที่ติดตามคณะ ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ออกตรวจเยี่ยมและนิเทศการดำเนินงานโรงเรียน เพื่อช่วยกระจายข่าวให้ทุกฝ่ายได้ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการศึกษาให้ แก่เด็กด้อยโอกาส

โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 23 จังหวัดพิษณุโลก ตั้งอยู่ที่ ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย เป็น 1 ใน 50 โรงเรียน ของกลุ่มโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ เป็นสถานศึกษาจัดการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสที่ไม่สามารถพึ่งตนเอง ครอบครัว และผู้ปกครองได้ จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือการบริการทางการศึกษาเป็นกรณีพิเศษต่าง จากกลุ่มเด็กด้อยโอกาสในโรงเรียนปกติทั่วไป

ดร.บัญชร เล่าถึงการจัดการศึกษาของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 23 จังหวัดพิษณุโลก ว่า ที่โรงเรียนจัดการศึกษาในรูปแบบโรงเรียนประจำ จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานฟรี 12 ปี สอนตั้งแต่ ชั้น ป.1- ม.6 ให้บริการครอบคลุมพื้นที่ จังหวัดพิษณุโลกทั้งจังหวัด และอำเภอท่าปลา อำเภอฟากท่า และอำเภอบ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ แต่ก็มีบ้างที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กด้อยโอกาสในจังหวัดอื่น ๆ ประสานส่งตัวมาเข้าเรียน ซึ่งที่นี่มีเด็กต้องการเข้าเรียนเป็นจำนวนมาก แต่ด้วยอาคาร สถานที่ที่จำกัด จึงต้องคัดเลือกเด็กเข้าเรียน ซึ่งปัจจุบันมีนักเรียนทั้งหมด 743 คน โดยการรับเด็กเข้าเรียนนั้น จะพิจารณาจากเด็กด้อยโอกาส 10 ประเภท คือ
1. เด็กที่ถูกบังคับให้ขายแรงงานหรือถูกบังคับให้ทำงานหารายได้ก่อนวัยอันควร
2. เด็กเร่ร่อน ที่ไม่มีที่อยู่อาศัยพักพิงเป็นหลักแหล่ง
3. เด็กที่อยู่ในธุรกิจทางเพศหรือโสเภณีเด็ก
4. เด็กที่ถูกทอดทิ้ง กำพร้า
5. เด็กที่ถูกทำร้ายทารุณ
6. เด็กยากจนมากเป็นพิเศษครอบครัวมีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี
7. เด็กในชนกลุ่มน้อย เช่น ชาวเขา ชาวเล เป็นต้น
8. เด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับสารเสพติด หรือ เสี่ยงต่อการถูกชักนำให้ประพฤติตนไม่เหมาะสม
9. เด็กที่ได้รับผลกระทบจากโรคเอดส์ หรือ โรคติดต่อร้ายแรงที่สังคมรังเกียจ และ
10. เด็กในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ตลอดจนเด็กหญิงที่ตั้งครรภ์นอกสมรส ซึ่งมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ เช่น การทำแท้ง การฆ่าตัวตาย และการทอดทิ้งทารก เป็นต้น

สำหรับการจัดการเรียนการสอนนอกจากจะให้เด็กได้เรียนรู้ทักษะวิชาการใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้แล้ว ยังเน้นการจัดการศึกษาเพื่ออาชีพด้วย โดยเชิญอาจารย์จากวิทยาลัยในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มาสอนวิชาชีพ ในด้านคหกรรม เกษตรกรรม และช่างไฟฟ้า เป็นต้น รวมทั้งให้เด็กได้รวมกลุ่มประกอบอาชีพหารายได้ระหว่างเรียน เช่น กลุ่มเลี้ยงปลา กลุ่มน้ำดื่ม และกลุ่มผลิตข้าว เป็นต้น ซึ่งทางโรงเรียนจะรับซื้อ และบางส่วนก็นำไปจำหน่ายให้แก่คนในชุมชนใกล้เคียง ทั้งนี้เพราะคำตอบที่เด็กหรือครอบครัวต้องการมากที่สุด คือ ขอให้เด็กเมื่อจบการศึกษาแล้วมีงานทำ ส่วน ครู ความภาคภูมิใจที่ทำให้ยิ้มได้ คือ ลูกศิษย์ประสบความสำเร็จ และที่ผ่านมานักเรียนซึ่งจบจากโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ ก็เป็นที่ยอมรับจากสังคมว่า เป็นผู้แกร่งในประสบการณ์ สามารถสร้างชีวิตใหม่ให้แก่ตนเอง ช่วยเหลือครอบครัว และมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่ตนอยู่ให้เจริญก้าวหน้าได้

ความภาคภูมิใจที่สามารถหารายได้ระหว่างเรียนสะท้อนออกจากคำบอกของ “เคน” หรือ นายสุวิจักษณ์ ชาวไร่นา นักเรียนชั้น ม.3 ที่เล่าด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ว่า นอกจากจะได้ความรู้ทางวิชาการแล้ว ยังช่วยพ่อ แม่ ทำงานได้ โดยคุณครูได้แบ่งที่ดินให้ปลูกผักคนละ 2 แปลง ซึ่งตนจะปลูกผักกวางตุ้ง และผักบุ้งเก็บขายให้โรงอาหารของโรงเรียน ขณะเดียวกันก็ได้ทำงานอยู่ในกลุ่มโรงสีข้าว ทำให้มีรายได้เดือนละ 800-900 บาท

ปัจจุบันประเทศไทยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จัดบริการทางการศึกษาให้แก่เด็กด้อยโอกาส โดยมีรูปแบบที่หลากหลาย และเฉพาะข้อมูลจากกลุ่มโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ของ สพฐ. ซึ่งนับจนถึงวันที่ 10 มิถุนายน 2553 พบว่า ทั้ง 50 โรงเรียน สามารถรองรับเด็กด้อยโอกาสได้ถึง 38,942 คน แต่ก็เชื่อว่ายังไม่เพียงพอต่อเด็กด้อยโอกาสที่ยังรอคอยโอกาสทางการศึกษา

การศึกษาน่าจะเป็นของขวัญชิ้นสำคัญที่สุดสำหรับเด็กด้อยโอกาส ดั่งคำกล่าวของ ม.ล.ปิ่น มาลากุล ที่ว่า “ จุดประทีปดวงใดก็ไม่เหมือน สงเคราะห์เพื่อนผู้ขาดวาสนา ชีวิตน้อยค่อยชื่นตื่นขึ้นมา รับแสงแจ่มเจิดจ้าจากตะวัน ”.

ณัชชารีย์ วิเชียรรัตน์

ข่าวการศึกษา ที่มา เดลินิวส์

เลือกคณะต้องรู้จักตัวเองก่อน

April 12th, 2011

นางศศิธร อหิงสโก ผู้จัดการสมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (สอท.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 11- 20 เม.ย. 2554 เป็นวันที่ สอท.เปิดรับสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาด้วยระบบกลาง การรับนิสิตนักศึกษา หรือ แอดมิชชั่นกลาง ปีการศึกษา 2554 ทางเว็บไซต์ สอท. www.cuas.or.th โดยอยากให้นักเรียนรีบมาสมัคร และชำระเงินตามกำหนด คือ ระหว่าง วันที่ 11-22 เม.ย. 2554 เพราะหากมีปัญหาเกิดขึ้นจะสามารถแก้ไขได้ทันท่วงที แต่อย่างไรก็ตามอยากฝากไปถึงนักเรียนทุกคนว่าก่อนที่จะเข้าไปสมัคร นักเรียนจะต้องอ่านระเบียบการสมัครให้ชัดเจน เพื่อจะได้ไม่หมดสิทธิการสมัคร อย่างไรก็ตาม สอท.ได้นำระเบียบการสมัครทั้งหมด ขึ้นเว็บไซต์ของ สอท.แล้ว ถ้านักเรียนไม่ต้องการซื้อระเบียบการก็สามารถดูข้อมูลทางเว็บไซต์ได้

นางศศิธร กล่าวต่อไปว่า สำหรับการเลือกคณะนั้น ปีนี้ยังเลือกได้ 4 อันดับเหมือนเดิม โดยอยากแนะนำเรื่องการเลือกคณะว่า นักเรียนควรเลือกคณะที่คิดว่าตัวเองชอบมากที่สุด และสามารถที่จะเรียนได้ทุกคณะที่เลือก จากนั้นจะต้องมาดูคะแนนที่มีอยู่ในมือว่าเป็นอย่างไร สามารถเลือกคณะที่ตนเองชอบได้หรือไม่ ที่สำคัญอย่าเลือกคณะที่สูงเกินกว่าคะแนนที่มีอยู่หรือเลือกคณะตามเพื่อน เพราะอาจจะทำให้ผิดหวังได้ นอกจากนี้ในการเลือกคณะจะต้องไม่ยึดคะแนนของปีที่ผ่านมาเป็นหลักจนเกินไป ขอให้ใช้ประกอบการตัดสินใจเท่านั้น โดยเฉพาะคะแนนต่ำสุดที่จะนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจซึ่งนักเรียนจะต้องระมัด ระวังให้มาก เช่น คณะยอดฮิตแต่มีคะแนนต่ำสุดผิดปกติมาก ซึ่งเราก็ไม่ทราบว่ามีสาเหตุมาจากอะไร อาจจะเป็นไปได้ว่าปีที่ผ่านมามีคนเลือกน้อยก็ได้ ในขณะที่ปีนี้เมื่อเราเลือกคณะเราจะไม่สามารถทราบได้เลยว่าจะมีคนเลือกแต่ละ คณะจำนวนกี่คน หากมีคนเลือกกันมาก ๆ มีความเป็นไปได้ว่าคะแนนต่ำสุดจะต้องสูงขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้เราผิดหวังได้

ผู้สื่อข่าวรายงาน ในการแอดมิชชั่นของปีการศึกษา 2553 ที่ผ่านมาพบว่า มีสิ่งที่ผิดปกติจนน่าสังเกต คือ มีนักเรียนสามารถแอดมิชชั่นเข้า รหัส 0047 คณะนิติศาสตร์ พื้นฐานศิลปศาสตร์ รูปแบบที่ 2 เลือกสอบวิชาภาษาฝรั่งเศส จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ด้วยคะแนนต่ำสุด 26.10 ทั้งที่ คณะดังกล่าวถือเป็นคณะยอดฮิตที่มีนักเรียนต้องการเข้าเรียนต่อเป็นจำนวนมาก.

ข่าวการศึกษา ที่มา เดลินิวส์

แจ้ง 9-10เม.ย.54 รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯ ได้ที่ สพป.เขต 1 ทั่วประเทศ

April 9th, 2011

9-10 เม.ย.54 รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู

ตรวจสอบรายชื่อและขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯ และบัตรประจำตัวสมาชิกคุรุสภา

นายองค์กร อมรสิรินันท์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบวิชาชีพในการสมัครทดสอบแข่งขันเป็นเป็นข้า ราชการครูในขณะนี้ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้ส่งใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯ และบัตรประจำตัวสมาชิกคุรุสภาไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 ทุกจังหวัดทั่วประเทศแล้ว

ขอให้ท่านตรวจสอบ รายชื่อและขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯ และบัตรประจำตัวสมาชิกคุรุสภาได้ที่ เจ้าหน้าที่คุรุสภาเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งประจำอยู่ ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 9 และวันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน 2554 จากนั้นขอรับในวันและเวลาราชการ หากมีการแก้ไขข้อมูลขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่คุรุสภาเขตพื้นทื่การศึกษาเพื่อแก้ไขต่อไป

ที่มา http://www.ksp.or.th/ksp2009/th/news/detail.php?NewsID=2431&Key=informationnews

เปิดคะแนนสูงสุด-ต่ำสุดโอเน็ต/แกต/แพต

April 9th, 2011

รศ.ดร.สัมพันธ์ พันธ์พฤกษ์ ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยผลสรุปคะแนนสูงสุดและต่ำสุดของการสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ ขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต ประจำปีการศึกษา 2553 และผลการสอบวัดความถนัดทั่วไป หรือ GAT และ การวัดความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ หรือ PAT ครั้งที่ 1/2554 สอบเดือนมีนาคม ว่า สำหรับคะแนน โอเน็ต ป.6 ได้แก่ ภาษาไทย เข้าสอบ 805,099 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 95.00 ช่วงที่ทำคะแนนได้มากที่สุด 20.01-30.00 (217,671 คน) สังคมศึกษา สอบ 805,074 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 100.00 มากสุด 30.01-40.00 (221,879 คน) อังกฤษ สอบ 805,074 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 100.00 มากสุด 0.01-10.00 (194,387 คน) คณิตศาสตร์ สอบ 805,074 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 100.00 มากสุด 20.01-30.00 (202,136 คน) วิทยาศาสตร์ สอบ 805,099 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 100.00 มากสุด 40.01-50.00 (185,338 คน) สุขศึกษา สอบ 805,099 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 100.00 มากสุด 50.01-60.00 (226,757 คน) ศิลปะ สอบ 805,099 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 100.00 มากสุด 20.01-30.00 (201,032 คน)และการงานอาชีพและเทคโนโลยี เข้าสอบ 805,099 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 96.67 มากสุด 40.01-50.00 (169,672 คน)

โอเน็ต ม.3 ภาษาไทย สอบ 804,895 คนต่ำสุด 0.00 สูงสุด 96.00 มากสุด 40.01-50.00 (207,697 คน) สังคมศึกษา สอบ 804,749 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 100.00 มากสุด 40.01-50.00 (170,293 คน) อังกฤษ สอบ 804,749 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 100.00 มากสุด 10.01-20.00 (309,595 คน) คณิตศาสตร์ สอบ 804,749 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 100.00 มากสุด 10.01-20.00 (333,212 คน) วิทยาศาสตร์ สอบ 804,895 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 100.00 มากสุด 30.01-40.00 (254,436 คน) สุขศึกษา สอบ 804,895 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 100.00 คะแนน มากสุด 70.01- 80.00 (213,557 คน) ศิลปะ สอบ 804,895 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 100.00 มากสุด 10.01-20.00 (228,716 คน) และการงานฯ สอบ 804,895 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 100.00 มากสุด 40.01-50.00 (188,472 คน)

โอเน็ต ม.6 ภาษาไทย สอบ 351,633 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 92.00 มากสุด 30.01-40.00 (92,110 คน) สังคมศึกษา สอบ 357,050 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 87.00 มากสุด 40.01-50.00 (175,252 คน) อังกฤษ สอบ 354,531 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 100.00 มากสุด 10.01-20.00 (206,611 คน) คณิตศาสตร์ สอบ 356,591 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 100.00 มากสุด 0.01-10.00 (164,372 คน) วิทยาศาสตร์ สอบ 349,210 คนต่ำสุด 0.00 สูงสุด 92.00 มากสุด 20.01-30.00 (183,005 คน) สุขศึกษาฯ สอบ 347,462 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 92.50 มากสุด 60.01-70.00 (153,151 คน) ศิลปะสอบ 347,462 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 67.00 มากสุด 30.01-40.00 (156,736 คน) และการงานฯ สอบ 347,462 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 82.00 มากสุด 40.01-50.00 (114,228 คน)

คะแนน GAT สอบ 95,764 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 297.50 มากสุด 180.01-210.00 (25,899 คน) PAT 1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์ สอบ 53,809 คนต่ำสุด 17.00 สูงสุด 274.00 มากสุด 60.01-90.00 (26,109 คน) PAT 2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ สอบ 57,979 คน ต่ำสุด 3.00 สูงสุด 223.00 มากสุด 60.01-90.00 (27,064 คน) PAT 3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์ สอบ 13,877 คน ต่ำสุด 3.00 สูงสุด 270.00 มากสุด 60.01-90.00 ( 4,797 คน) PAT 4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ สอบ 4,151 คน ต่ำสุด 9.00 สูงสุด 270.00 มากสุด 150.01-180.00 (1,395 คน) PAT 5 ความถนัดทางวิชาชีพครู 26,971 คน ต่ำสุด 16.00 สูงสุด 228.00 มากสุด 120.01-150.00 (12,246 คน) PAT 6 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์ สอบ 4,362 คน ต่ำสุด 37.50 สูงสุด 186.00 มากสุด 90.01-120.00 (2,480 คน) PAT 7.1 ความถนัดทางภาษาฝรั่งเศส สอบ 2,186 คน ต่ำสุด 30.00 สูงสุด 261.00 มากสุด 60.01-90.00 (1,210 คน) PAT 7.2 ความถนัดทางภาษาเยอรมัน สอบ 790 คน ต่ำสุด 39.00 สูงสุด 267.00 มากสุด 60.01-90.00 (456 คน) PAT 7.3 ความถนัดทางภาษาญี่ปุ่น สอบ 1,764 คน ต่ำสุด 30.00 สูงสุด 282.00 มากสุด 60.01-90.00 ( 849 คน) PAT 7.4 ความถนัดทางภาษาจีน สอบ 2,401 คนต่ำสุด 39.00 สูงสุด 282.00 มากสุด 60.01-90.00 (1,290 คน) PAT 7.5 ความถนัดทางภาษาอาหรับ สอบ 137 คน ต่ำสุด 54.00 สูงสุด 234.00 มากสุด 60.01-90.00 (81 คน) และ PAT 7.6 ความถนัดทางภาษาบาลี สอบ 363 คน ต่ำสุด 48.00 สูงสุด 177.00 มากสุด 90.01-120.00 (183 คน).

ครม.ไฟเขียวขยายเน็ตโรงเรียนประจำตำบล

April 6th, 2011

ย้ายเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ครม.ไฟเขียวขยายเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโรงเรียนดีประจำตำบล

วันนี้ (5 เม.ย.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ เผยผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ดำเนินการขยายเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet) เป็นเครือข่ายการศึกษาแห่งชาติ (NEdNet) เพื่อรองรับการศึกษาทั้งระบบ โดยให้ ศธ.ดำเนินการขยายโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงภายใต้โครงการเครือข่ายการศึกษา แห่งชาติ ปี พ.ศ.2555-2556 ให้ครอบคลุมโรงเรียนประจำตำบลไม่น้อยกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ มีระยะทางการสร้างเคเบิลใยแก้วนำแสง 30,000 กิโลเมตร วงเงินผูกพันงบประมาณปีพ.ศ.2555-2556 จำนวน3,000 ล้านบาท

โดยอนุมัติงบโครงการในปีงบประมาณ พ.ศ.2554 จำนวน 200 ล้านบาท และอนุมัติให้ผูกพันงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2555 จำนวน 1,400 ล้านบาท และปีงบฯ พ.ศ.2556 จำนวน 1,400 ล้านบาท

นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบให้ ศธ.ร่วมกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที ) พิจารณาแผนงาน โครงการการดำเนินการพัฒนาและลงทุนตามนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติให้บริการไปยัง โรงเรียนส่วนที่เหลืออีกกว่า 25,000 แห่งทั่วประเทศให้ได้รับบริการอย่างทั่วถึงด้วย.

ข่าวการศึกษา ที่มา เดลินิวส์

รร.ในกรุงเทพฯว่างรับได้อีก3พัน

April 6th, 2011

รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการรับนักเรียนของสถานศึกษา ปีการศึกษา 2554 เปิดเผยว่าในวันที่ 7 เม.ย.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการติดตามฯ ร่วมกับนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อสรุปรายงานผลการรับนักเรียนชั้น ม.1 และ ม. 4 ของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่าเป็นอย่างไรและมีปัญหาอะไรบ้าง ซึ่งในเบื้องต้นขณะนี้การรับนักเรียนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและกำลังอยู่ ระหว่างดำเนินการเกลี่ยนักเรียนที่ยังไม่มีที่เรียนไปยังโรงเรียนตามที่นัก เรียนได้แจ้งความ จำนงไว้ในช่วงการสมัครสอบคัดเลือก โดยระดับชั้น ม.1 ตนได้รับรายงานล่าสุดว่า โรงเรียนในเขตกรุงเทพฯยังมีที่ว่างอยู่ประมาณ 3,000 กว่าคน ดังนั้นไม่น่าจะมีปัญหาในการเกลี่ยนักเรียน สำหรับ ชั้นม.4 เฉพาะโรงเรียนเขตกรุงเทพฯ พบว่ามี นักเรียนที่สอบเข้าเรียนในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงมารายงานตัวไม่ ครบ ทำให้โรงเรียนต้องเรียกนักเรียนที่ได้คะแนนลำดับถัดไปมารายงานตัวแทน ซึ่งเด็กที่ไม่มารายงานตัวนั้นทราบข้อมูลว่าส่วนหนึ่งจะไปเรียนโรงเรียน เอกชนและเรียนสายอาชีวศึกษาแทน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดีที่เด็กสนใจไปเรียนสายอาชีวศึกษา

ด้าน นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ รักษาการ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กรุงเทพมหานคร เขต 1 กล่าวว่า ในวันที่ 5 เม.ย.นี้ จะพิจารณาจัดสรรที่เรียนให้นักเรียนทุกคน ซึ่งกรณีของเด็ก สพม.กรุงเทพฯ เขต 1 นั้นไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะโรงเรียนในสังกัดยังมีที่ว่างจำนวนมาก โดยขณะนี้มีที่ว่าง 3,779 คน และต้องรอดูว่า หลังจากจัดสรรที่เรียนแล้วจะว่างอีกจำนวนเท่าไร และหลังจากเกลี่ยนักเรียนใน สพม.กรุงเทพฯ เขต 1 เสร็จแล้วหากยังมีที่ว่างก็จะเปิดรับเด็กเขตพื้นที่การศึกษาอื่นมาเรียนได้

นายสุรศักดิ์ ศรีสว่างรัตน์ ผอ.สพม.กรุงเทพฯ เขต 2 กล่าวว่า มีนักเรียนมาแจ้งความจำนงให้จัดสรรที่เรียนที่ สพม.กรุงเทพฯ เขต 2 กว่า 300 ราย เพราะส่วนใหญ่เด็กจะไปแจ้งไว้ที่โรงเรียนที่เด็กไปสมัครสอบและจับสลาก ซึ่งขณะนี้ตนได้มอบให้เจ้าหน้าที่รวบรวมจำนวนนักเรียนทั้งหมดที่มาแจ้งความ จำนง เพื่อนำมาจัดสรรที่เรียนให้ในวันที่ 5 เม.ย.นี้.

ข่าวการศึกษา ที่มา เดลินิวส์

สอท.ประกาศปฎิทินแอดมิชชั่นกลางปี

April 2nd, 2011

สอท.ประกาศปฎิทินแอดมิชชั่นกลางปี 54 ด้าน ศธ.สั่งสถาบันอุดมศึกษาให้ความรู้นักศึกษา เพื่อประโยชน์สูงสุด

วันนี้ (1 เม.ย.) ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) นายไชยยศ จิรเมธากร รมช.ศึกษาธิการ ศ.ดร.ประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ในฐานะนายกสมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (สอท.) และ ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ได้แถลงข่าว เรื่องการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ด้วยระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษา หรือแอดมิชชั่นกลาง ประจำปีการศึกษา 2554

โดย นายไชยยศ กล่าวว่า ในปีนี้นักเรียนสามารถเลือก/สาขาวิชาต่าง ๆ จำนวน 912 คณะ/สาขาวิชา 3,747 รหัส จำนวนที่รับ 122,868 คน ขณะที่ มีสถาบันอุดมศึกษาเข้าร่วมแอดมมิชั่นกลาง 94 แห่ง สำหรับปฏิทินการรับสมัครแอดมิชชั่นกลาง ปีการศึกษา 2554 ดังนี้ จำหน่ายหนังสือระเบียบการรับสมัคร วันที่ 4-20 เม.ย.54 ที่ศูนย์กรุงเทพมหานคร/ศูนย์ภูมิภาค รับสมัครวันที่ 11-20 เม.ย.54 ทาง www.cuas.or.th ชำระเงินค่าสมัคร วันที่ 11-22 เม.ย. 54 ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลการสมัคร วันที่ 12-25 เม.ย.54 ทาง www.cuas.or.th ยื่นคำร้องขอแก้ไขข้อมูลวันที่ 12-27 เม.ย.54 ทางโทรสาร 0-2354-5155-6, 0-2576-5555, 0-2576-5777 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบสัมภาษณ์ และตรวจร่างกายวันที่ 8 พ.ค.54 ทาง www.cuas.or.th สอบสัมภาษณ์ และตรวจร่างกาย วันที่ 11-13 พ.ค.54 และประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าศึกษาวันที่ 19 พ.ค.54 ทางเว็บไซต์ www.cuas.or.th

ด้าน ศ.ดร.ประสาท กล่าวว่า ในการสมัครครั้งนี้ ตนฝากนักเรียนทุกคนให้อ่านระเบียบการรับสมัครให้ครบถ้วนก่อนจะสมัคร โดยเฉพาะในกรณีที่บางคณะ/สาขาวิชาที่กำหนดคุณสมบัติเฉพาะ หรือกำหนดคะแนน/หลักเกณฑ์ขั้นต่ำ เพื่อนักเรียนจะได้ไม่ถูกตัดสิทธิ์ก่อนที่จะแอดมิชชั่นกลาง ส่วนที่หลายฝ่ายเป็นห่วงนักเรียนในภาคใต้ที่ประสบอุทกภัย จะไม่สามารถสมัครแอดมมิชั่นนั้น เรื่องนี้ทางสมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (สอท.) ยังยืนยันกำหนดการเดิมในการรับสมัครอยู่ แต่ถ้าถึงเวลาสมัครแล้วปัญหาดังกล่าว ยังไม่คลี่คลาย ตนซึ่งรับมอบจาก สอท.จะตัดสินอีกครั้งว่าจะดำเนินอย่างไรต่อไป

ขณะที่ ดร.สุเมธ กล่าวว่า ที่ผ่านมา นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ ได้ลงนามในประกาศกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรื่องนโยบายที่สถาบันอุดมศึกษาพึงปฏิบัติต่อนิสิตนักศึกษา เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาจัดการเรียนการสอนให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่นิสิตนัก ศึกษา และเป็นมาตรการในการคุ้มครองสิทธินิสิตนักศึกษา โดยมุ่งหวังให้เกิดความเข้าใจ ลดความขัดแย้ง และนำไปสู่การมีมาตรฐานในการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา

เพราะที่ผ่านมา มีปัญหาการจัดการศึกษาที่ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม และไม่คำนึงถึงมาตรฐานการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษา จนทำให้นิสิตนักศึกษาได้รับความเดือดร้อนเสียหาย บางรายยากที่จะแก้ไข หรือเยียวยาได้ ดังนั้น ตนฝากย้ำสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษาเป็นจริง และถูกต้องกับนักศึกษา โดยเฉพาะหลักสูตรที่เกี่ยวกับกับสภาวิชาชีพนั้น ทางสถาบันจะต้องแจ้งให้นิสิตนักศึกษาทราบด้วย เพื่อจะได้ไม่เกิดการฟ้องร้องมา โดยเฉพาะนักเรียนใหม่ ทางสถาบันต้องแจ้งให้ทราบด้วย เพื่อนักเรียนจะได้ใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจว่าจะเลือกเรียนในคณะ และสถาบันนั้นหรือไม่.