
ผลโอเน็ตชี้เด็กอ่อนอังกฤษ-คณิตศาสตร์ ผอ.สทศ.แนะวิธียกระดับคุณภาพ ปรับระบบประเมิน-เน้นคิดวิเคราะห์ …
รศ.ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยถึงผลการเปรียบเทียบคะแนนสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ป.6, ม.3 และ ม.6 ประจำปีการศึกษา 2553 และย้อนหลัง 3 ปี พบว่า คะแนนเฉลี่ยทั้ง 3 ระดับชั้นในปีการศึกษา 2553 ทั้ง 8 กลุ่มสาระ วิชาที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดทั้ง 3 ระดับคือ ภาษาอังกฤษ โดยป.6 เฉลี่ย 20.99 และพบว่า นักเรียนส่วนใหญ่จะได้คะแนนในช่วง 0.01-10.00 มากที่สุดคือ 194,387 คน หรือคิดเป็น 24.15% ของนักเรียนทั้งหมดที่เข้าสอบ, ม.3 ภาษาอังกฤษ เฉลี่ย 16.19 โดยนักเรียนส่วนใหญ่ได้คะแนนในช่วง 10.01-20.00 มากที่สุดคือ 309,595 คน หรือคิดเป็น 38.47% ของผู้เข้าสอบ, ส่วน ม.6 ภาษาอังกฤษเฉลี่ย 19.22 โดยส่วนใหญ่ได้คะแนนในช่วง 10.01-20.00 มากที่สุดคือ 206,611 คน หรือ 58.28% ของผู้เข้าสอบ และคณิตศาสตร์ เฉลี่ย 14.99 โดยส่วนใหญ่ได้คะแนนในช่วง 0.01-10.00 มากที่สุดคือ 164,372 คน หรือ 46.10% ซึ่งเมื่อเทียบกับปีการศึกษา 2551 และ 2552 ก็ลดลงตามลำดับ
ผอ.สทศ. กล่าวต่อว่า สาเหตุที่คะแนนเฉลี่ยโอเน็ตลดลงมาจากหลายปัจจัย เช่น รูปแบบข้อสอบที่เด็กไม่คุ้นเคยและปีนี้โอเน็ต ป.6 และ ม.3 เป็นแบบสั้น อย่างไรก็ตาม ตนไม่อยากให้โทษกันไปมา แต่อยากให้วิเคราะห์แล้วนำไปปรับปรุง ซึ่งวิชาที่ต้องเร่งพัฒนามากที่สุดคือ คณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ ทั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการตั้งเป้าหมายการปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่ 2 ไว้ว่า เมื่อถึงปี 2561 ค่าเฉลี่ยของโอเน็ตวิชาหลักแต่ละช่วงชั้นจะต้องได้ไม่น้อยกว่า 50%
ดังนั้น โรงเรียนควรใช้ประโยชน์จากผลสอบโอเน็ต ซึ่ง สทศ.มีการวิเคราะห์เป็นรายบุคคล รายโรง เปรียบเทียบกันภายในเขตพื้นที่จังหวัดและประเทศ โดยพิจารณา 3 เรื่องคือ 1.หลักสูตรโดยจัดแผนการสอนและตั้งเป้าแต่ละปีจะขยับคะแนนโอเน็ตเท่าไร 2.การเรียนการสอน ซึ่งเมื่อดูคะแนนรายบุคคลและรายโรง ครูจะเห็นจุดแข็งจุดอ่อนเพื่อนำไปปรับการสอน และ3.การวัดประเมินผลในชั้นเรียน ควรนำรูปแบบข้อสอบโอเน็ตของ สทศ. ซึ่งเน้นการคิดวิเคราะห์ ไปประยุกต์กับการประเมินผลในชั้นเรียน.
ข่าวการศึกษา ที่มา ไทยรัฐ




