Archive for the ‘News ข่าวการศึกษา’ category

แจ้ง 9-10เม.ย.54 รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯ ได้ที่ สพป.เขต 1 ทั่วประเทศ

April 9th, 2011

9-10 เม.ย.54 รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู

ตรวจสอบรายชื่อและขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯ และบัตรประจำตัวสมาชิกคุรุสภา

นายองค์กร อมรสิรินันท์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบวิชาชีพในการสมัครทดสอบแข่งขันเป็นเป็นข้า ราชการครูในขณะนี้ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้ส่งใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯ และบัตรประจำตัวสมาชิกคุรุสภาไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 ทุกจังหวัดทั่วประเทศแล้ว

ขอให้ท่านตรวจสอบ รายชื่อและขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯ และบัตรประจำตัวสมาชิกคุรุสภาได้ที่ เจ้าหน้าที่คุรุสภาเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งประจำอยู่ ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 9 และวันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน 2554 จากนั้นขอรับในวันและเวลาราชการ หากมีการแก้ไขข้อมูลขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่คุรุสภาเขตพื้นทื่การศึกษาเพื่อแก้ไขต่อไป

ที่มา http://www.ksp.or.th/ksp2009/th/news/detail.php?NewsID=2431&Key=informationnews

ผล​โอ​เน็ต​ชี้​เด็ก​อ่อน​อังกฤษ-คณิตศาสตร

April 9th, 2011

ผล​โอ​เน็ต​ชี้​เด็ก​อ่อน​อังกฤษ-คณิตศาสตร์ ผอ.​สทศ.​แนะ​วิธี​ยก​ระดับ​คุณภาพ  ปรับ​ระบบ​ประเมิน-เน้น​คิด​วิเคราะห์ …

รศ.​ดร.​สัมพันธ์ พันธุ์​พฤกษ์ ผอ.​สถาบัน​ทดสอบ​ทางการ​ศึกษา​แห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผย​ถึง​ผล​การ​เปรียบเทียบ​คะแนน​สอบ​แบบ​ทดสอบ​ทางการ​ศึกษา​แห่งชาติ​ขั้น​พื้นฐาน หรือ​โอ​เน็ต ป.6, ม.3 และ ม.6 ประจำปี​การ​ศึกษา 2553 และ​ย้อน​หลัง 3 ปี พบ​ว่า คะแนน​เฉลี่ย​ทั้ง 3 ระดับ​ชั้น​ใน​ปีการศึกษา 2553 ทั้ง 8 กลุ่ม​สาระ วิชา​ที่​มี​ค่า​เฉลี่ย​ต่ำ​สุด​ทั้ง 3 ระดับ​คือ ภาษา​อังกฤษ โดย​ป.6 เฉลี่ย 20.99 และ​พบ​ว่า นักเรียน​ส่วน​ใหญ่​จะ​ได้​คะแนน​ใน​ช่วง 0.01-10.00 มาก​ที่สุด​คือ 194,387 คน หรือ​คิด​เป็น 24.15% ของ​นักเรียน​ทั้งหมด​ที่​เข้า​สอบ, ม.3 ภาษา​อังกฤษ เฉลี่ย 16.19 โดย​นักเรียน​ส่วน​ใหญ่​ได้​คะแนน​ใน​ช่วง 10.01-20.00 มาก​ที่สุด​คือ 309,595 คน ​หรือ​คิด​เป็น 38.47% ของ​ผู้​เข้า​สอบ, ส่วน​ ม.6 ภาษา​อังกฤษ​เฉลี่ย 19.22 โดย​ส่วน​ใหญ่​ได้​คะแนน​ใน​ช่วง 10.01-20.00 มาก​ที่สุด​คือ 206,611 คน หรือ 58.28% ของ​ผู้​เข้า​สอบ และ​คณิตศาสตร์ เฉลี่ย 14.99 โดย​ส่วน​ใหญ่​ได้​คะแนน​ใน​ช่วง 0.01-10.00 มาก​ที่สุด​คือ 164,372 คน หรือ 46.10% ซึ่ง​เมื่อ​เทียบ​กับ​ปีการศึกษา 2551 และ 2552 ก็​ลด​ลง​ตามลำดับ

ผอ.​สทศ. กล่าว​ต่อว่า  สาเหตุ​ที่​คะแนน​เฉลี่ย​โอ​เน็ต​ลด​ลง​มา​จาก​หลาย​ปัจจัย เช่น รูป​แบบ​ข้อสอบ​ที่​เด็ก​ไม่​คุ้นเคย​และ​ปี​นี้​โอ​เน็ต ​ป.6 และ​ ม.3 เป็น​แบบ​สั้น อย่างไรก็ตาม ​ตน​ไม่​อยาก​ให้​โทษ​กัน​ไป​มา แต่​อยาก​ให้​วิเคราะห์​แล้ว​นำ​ไป​ปรับปรุง ซึ่ง​วิชา​ที่​ต้อง​เร่ง​พัฒนา​มาก​ที่สุด​คือ คณิตศาสตร์​และ​ภาษา​อังกฤษ ทั้งนี้​กระทรวง​ศึกษาธิการ​ตั้งเป้าหมาย​การ​ปฏิรูป​การ​ศึกษา​ทศวรรษ​ที่ 2 ไว้​ว่า  เมื่อ​ถึง​ปี 2561 ค่า​เฉลี่ย​ของ​โอ​เน็ต​วิชา​หลัก​แต่ละ​ช่วง​ชั้น​จะ​ต้อง​ได้​ไม่​น้อย​กว่า 50%

ดังนั้น ​โรงเรียน​ควร​ใช้​ประโยชน์​จาก​ผล​สอบ​โอ​เน็ต ซึ่ง สทศ.​มี​การ​วิเคราะห์​เป็น​ราย​บุคคล ราย​โรง เปรียบเทียบ​กัน​ภายใน​เขต​พื้นที่จังหวัด​และ​ประเทศ โดย​พิจารณา 3 เรื่อง​คือ 1.หลักสูตร​โดย​จัด​แผนการ​สอน​และ​ตั้ง​เป้า​แต่ละ​ปี​จะ​ขยับ​คะแนน​โอ​เน็ต​เท่าไร 2.การ​เรียน​การ​สอน ซึ่ง​เมื่อ​ดู​คะแนน​ราย​บุคคล​และ​ราย​โรง  ครู​จะ​เห็น​จุด​แข็ง​จุดอ่อน​เพื่อ​นำ​ไป​ปรับ​การ​สอน และ3.การ​วัด​ประเมิน​ผล​ใน​ชั้น​เรียน ควร​นำ​รูป​แบบ​ข้อสอบ​โอ​เน็ต​ของ ​สทศ. ซึ่ง​เน้น​การ​คิด​วิเคราะห์ ไป​ประยุกต์​กับ​การ​ประเมิน​ผล​ใน​ชั้น​เรียน.

ข่าวการศึกษา ที่มา ไทยรัฐ

ขยาย​ที่​โรงเรียน​ดัง​เทียม​แก้ ม.4 ล้น

April 9th, 2011

เขต​พื้นที่​การ​ศึกษา​มัธยมศึกษา เขต 2 พบ เด็ก ม.4 ยังไม่มีที่เรียนอีก 500 คน วาง 3 ทางเลือกแก้ปัญหา เล็งขยาย​ที่​โรงเรียน​ดัง​เทียม …

รศ.​ดร.​สุขุม เฉลย​ทรัพย์ ประธาน​คณะ​กรรมการ​ติดตาม ตรวจสอบ และ​ประเมิน​ผล​การ​รับ​นักเรียน​ของ​สถาน​ศึกษา ปีการศึกษา 2554 เปิดเผย​ว่า ภาพ​รวม​การ​รับ​นักเรียน​ชั้น ม.1 ของ​โรงเรียน​สังกัด​สำนักงาน​คณะ​กรรมการ​การ​ศึกษา​ขั้น​พื้นฐาน (สพฐ.) เป็น​ไป​ด้วย​ความ​เรียบร้อย สำหรับ​การ​รับ​สัดส่วน​เงื่อนไข​พิเศษ​ใน​โรงเรียน​อัตรา​การ​แข่ง​ขัน​สูง 366 แห่ง พบ​ว่า​มี 255 แห่ง​รับ​นักเรียน​ด้วย​เงื่อนไข​พิเศษ ซึ่ง​กำลัง​รอ​ให้ สพฐ. ส่ง​ราย​ชื่อ​นักเรียน​เงื่อนไข​พิเศษ​มา​ให้​ตรวจสอบ​ว่า​​ การ​รับ​เป็น​ไป​ตามเงื่อนไข​พิเศษ 7 ข้อ​ที่​กำหนด​ไว้​หรือ​ไม่  ถ้า​ดำเนิน​การ​ไม่​ถูกต้อง​จะ​รายงาน​ให้​นาย​ชิน​วรณ์ บุ​ณย​เกียรติ รมว.​ศึกษาธิการ พิจารณา แต่​จะ​ไม่​มี​ผล​อะไร​ต่อ​นักเรียน อย่างไรก็ตาม​ ข้อมูล​เบื้องต้น​พบ​ว่า​เงื่อนไข​พิเศษที่​รับ​เข้า​มา​เรียน​มาก​ที่สุด คือ​ลูก​อาจารย์​ใน​โรงเรียน ส่วน​อีก 101 แห่ง​รับ​จาก​การ​สอบ​ทั่วไป​และ​การ​จับ​สลาก ส่วน​ชั้น ม.4 ที่​ยัง​เป็น​ปัญหา​คือ สำนักงาน​เขต​พื้นที่​การ​ศึกษา​มัธยมศึกษา (สพม.) กรุงเทพมหานคร เขต 2 ยัง​มี​เด็ก​อีก​ประมาณ 500 คน​กำลัง​หา​ที่​เรียน ซึ่ง​จะ​มี 3 แนวทาง​ให้​เลือก คือ เรียนสาย​อาชีวศึกษา หาก​ไม่​เรียน​ให้​ไป​สมัคร​เข้า​เรียน​ใน​โรงเรียน​ที่​ยัง​ว่าง​ใน สพท.​กรุงเทพฯ เขต 1 ซึ่ง​มี​ที่​ว่าง 1,168 คน แต่​หาก​ต้องการ​เรียน​ใน สพม.​กรุงเทพฯ เขต 2 ตาม​เดิม​ก็​ให้​ไป​เรียน​ใน​โรงเรียน​อัตรา​การ​แข่ง​ขัน​สูง​แต่​ที่นั่ง​ยัง​ไม่​เต็ม​หรือ​โรงเรียนดัง​เทียม โดย​จะ​ขยาย​จำนวน​นักเรียน​ต่อ​ห้อง​จาก 40 คน เป็น 45-50 คน

ด้าน​นาย​สุร​ศักดิ์  ศรี​สว่าง​รัตน์  ผอ.​สพม.​กรุงเทพฯ เขต 2 กล่าว​ว่า ตาม​ที่ทาง ​สพม.​กรุงเทพฯ เขต 2ได้​ประกาศ​ราย​ชื่อ​การ​จัดสรร​ที่​เรียน​เมื่อ​วัน​ที่ 7 เม.ย. ตน​ขอ​ให้​ผู้​ปกครอง​นำ​บุตร​หลาน​ไป​มอบ​ตัว​ใน​วัน​ที่ 8 เม.ย. เวลา 09.00-16.30 น. หาก​ไม่​ไป​ถือว่า​สละ​สิทธิ์.

ข่าวการศึกษา ที่มา ไทยรัฐ

คุรุสภาเยียวยาบัณฑิตครู

April 9th, 2011

ดร.ดิเรก พรสีมา ประธานคณะกรรมการคุรุสภา เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการคุรุสภาวันที่ 7 เม.ย.ที่ประชุมได้พิจารณากรณีคุรุสภายังไม่สามารถออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ครูให้แก่บัณฑิตกว่า 1,000 คน ที่จบการศึกษาจาก 22 สถาบันได้ เนื่องจากแต่ละสถาบันจัดการเรียนการสอนที่ต่างไปจากที่คุรุสภารับรอง ที่ประชุมจึงได้พิจารณาเรื่องนี้เพื่อเยียวยาให้บัณฑิตสามารถขอรับใบอนุญาตฯ ได้ แต่พิจารณาได้เพียง 13 สถาบัน โดยมี 12 สถาบัน ผ่านเกณฑ์ที่คุรุสภากำหนด 1 สถาบันไม่ผ่าน ส่วนอีก 9 สถาบันที่เหลือไม่สามารถพิจารณาได้ทัน ซึ่งจะส่งผลให้บัณฑิตจาก 9 สถาบันนี้ไม่ได้รับใบอนุญาตฯทันวันสุดท้ายของการรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อ บรรจุเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ปี 2554 ในวันที่ 10 เม.ย.นี้แน่นอน

“อย่างไรก็ตามสำหรับบัณฑิตที่จบจาก 12 สถาบันที่ผ่านเกณฑ์ของคุรุสภา และมายื่นขอใบอนุญาตฯมีประมาณ 500 คน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับใบอนุญาตฯทุกคน เพราะจากการตรวจสอบบัณฑิตบางคนก็ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่คุรุสภากำหนดไว้ คุรุสภาจึงไม่สามารถออกใบอนุญาตฯให้ได้” ดร.ดิเรกกล่าวและว่า จากการตรวจสอบบัณฑิตที่มาขอใบอนุญาตฯในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่าหลายคนไปเรียนหลักสูตรในสถาบันที่มีการจัดการเรียนการ สอนหลากหลายและไม่เป็นไปตามมาตรฐานของคุรุสภา ขณะที่ปัจจุบันมีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์จำนวนมากจัดการศึกษาได้ตามมาตรฐาน จะมีเพียงบางสถาบันเท่านั้นที่จัดไม่ได้มาตรฐาน จึงทำให้เกิดความยุ่งยากเมื่อบัณฑิตมายื่นขอใบอนุญาตฯ ดังนั้นเพื่อไม่ให้มีปัญหาภายหลังจึงขอไปถึงผู้ที่จะเรียนครูได้ตรวจสอบกับ คุรุสภาก่อนที่จะลงทะเบียนเรียนว่า หลักสูตรที่สถาบันนั้นเปิดสอนผ่านการรับรองและได้มาตรฐานตามที่กำหนดหรือ ไม่.

เปิดคะแนนสูงสุด-ต่ำสุดโอเน็ต/แกต/แพต

April 9th, 2011

รศ.ดร.สัมพันธ์ พันธ์พฤกษ์ ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยผลสรุปคะแนนสูงสุดและต่ำสุดของการสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ ขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต ประจำปีการศึกษา 2553 และผลการสอบวัดความถนัดทั่วไป หรือ GAT และ การวัดความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ หรือ PAT ครั้งที่ 1/2554 สอบเดือนมีนาคม ว่า สำหรับคะแนน โอเน็ต ป.6 ได้แก่ ภาษาไทย เข้าสอบ 805,099 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 95.00 ช่วงที่ทำคะแนนได้มากที่สุด 20.01-30.00 (217,671 คน) สังคมศึกษา สอบ 805,074 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 100.00 มากสุด 30.01-40.00 (221,879 คน) อังกฤษ สอบ 805,074 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 100.00 มากสุด 0.01-10.00 (194,387 คน) คณิตศาสตร์ สอบ 805,074 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 100.00 มากสุด 20.01-30.00 (202,136 คน) วิทยาศาสตร์ สอบ 805,099 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 100.00 มากสุด 40.01-50.00 (185,338 คน) สุขศึกษา สอบ 805,099 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 100.00 มากสุด 50.01-60.00 (226,757 คน) ศิลปะ สอบ 805,099 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 100.00 มากสุด 20.01-30.00 (201,032 คน)และการงานอาชีพและเทคโนโลยี เข้าสอบ 805,099 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 96.67 มากสุด 40.01-50.00 (169,672 คน)

โอเน็ต ม.3 ภาษาไทย สอบ 804,895 คนต่ำสุด 0.00 สูงสุด 96.00 มากสุด 40.01-50.00 (207,697 คน) สังคมศึกษา สอบ 804,749 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 100.00 มากสุด 40.01-50.00 (170,293 คน) อังกฤษ สอบ 804,749 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 100.00 มากสุด 10.01-20.00 (309,595 คน) คณิตศาสตร์ สอบ 804,749 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 100.00 มากสุด 10.01-20.00 (333,212 คน) วิทยาศาสตร์ สอบ 804,895 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 100.00 มากสุด 30.01-40.00 (254,436 คน) สุขศึกษา สอบ 804,895 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 100.00 คะแนน มากสุด 70.01- 80.00 (213,557 คน) ศิลปะ สอบ 804,895 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 100.00 มากสุด 10.01-20.00 (228,716 คน) และการงานฯ สอบ 804,895 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 100.00 มากสุด 40.01-50.00 (188,472 คน)

โอเน็ต ม.6 ภาษาไทย สอบ 351,633 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 92.00 มากสุด 30.01-40.00 (92,110 คน) สังคมศึกษา สอบ 357,050 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 87.00 มากสุด 40.01-50.00 (175,252 คน) อังกฤษ สอบ 354,531 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 100.00 มากสุด 10.01-20.00 (206,611 คน) คณิตศาสตร์ สอบ 356,591 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 100.00 มากสุด 0.01-10.00 (164,372 คน) วิทยาศาสตร์ สอบ 349,210 คนต่ำสุด 0.00 สูงสุด 92.00 มากสุด 20.01-30.00 (183,005 คน) สุขศึกษาฯ สอบ 347,462 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 92.50 มากสุด 60.01-70.00 (153,151 คน) ศิลปะสอบ 347,462 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 67.00 มากสุด 30.01-40.00 (156,736 คน) และการงานฯ สอบ 347,462 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 82.00 มากสุด 40.01-50.00 (114,228 คน)

คะแนน GAT สอบ 95,764 คน ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 297.50 มากสุด 180.01-210.00 (25,899 คน) PAT 1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์ สอบ 53,809 คนต่ำสุด 17.00 สูงสุด 274.00 มากสุด 60.01-90.00 (26,109 คน) PAT 2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ สอบ 57,979 คน ต่ำสุด 3.00 สูงสุด 223.00 มากสุด 60.01-90.00 (27,064 คน) PAT 3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์ สอบ 13,877 คน ต่ำสุด 3.00 สูงสุด 270.00 มากสุด 60.01-90.00 ( 4,797 คน) PAT 4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ สอบ 4,151 คน ต่ำสุด 9.00 สูงสุด 270.00 มากสุด 150.01-180.00 (1,395 คน) PAT 5 ความถนัดทางวิชาชีพครู 26,971 คน ต่ำสุด 16.00 สูงสุด 228.00 มากสุด 120.01-150.00 (12,246 คน) PAT 6 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์ สอบ 4,362 คน ต่ำสุด 37.50 สูงสุด 186.00 มากสุด 90.01-120.00 (2,480 คน) PAT 7.1 ความถนัดทางภาษาฝรั่งเศส สอบ 2,186 คน ต่ำสุด 30.00 สูงสุด 261.00 มากสุด 60.01-90.00 (1,210 คน) PAT 7.2 ความถนัดทางภาษาเยอรมัน สอบ 790 คน ต่ำสุด 39.00 สูงสุด 267.00 มากสุด 60.01-90.00 (456 คน) PAT 7.3 ความถนัดทางภาษาญี่ปุ่น สอบ 1,764 คน ต่ำสุด 30.00 สูงสุด 282.00 มากสุด 60.01-90.00 ( 849 คน) PAT 7.4 ความถนัดทางภาษาจีน สอบ 2,401 คนต่ำสุด 39.00 สูงสุด 282.00 มากสุด 60.01-90.00 (1,290 คน) PAT 7.5 ความถนัดทางภาษาอาหรับ สอบ 137 คน ต่ำสุด 54.00 สูงสุด 234.00 มากสุด 60.01-90.00 (81 คน) และ PAT 7.6 ความถนัดทางภาษาบาลี สอบ 363 คน ต่ำสุด 48.00 สูงสุด 177.00 มากสุด 90.01-120.00 (183 คน).

บัณฑิตนับพันคนมีสิทธิ์แห้วใบวิชาชีพครู

April 7th, 2011

เลขาธิการ​คุรุ​สภา เผยเพิ่ง​ได้​รับ​รายงาน​ว่า​มี​บัณฑิต​จำนวน​กว่า 1,000 คน จาก 22 สถาบัน มี​ ปัญหา​คุรุ​สภา​ยัง​ไม่​สามารถ​ออก​ใบ​ประกอบ​วิชาชีพ​ครู ให้​ได้พบ 22 ม.จัดไม่ตรงมาตรฐาน เขตพื้นที่ฯปฏิเสธรับสมัครสอบอ้างขาดตั๋วพก…

จาก​การ​ที่​คณะ​กรรมการ​ข้าราชการ​ครู​และ​บุคลากร​ทางการ​ศึกษา (ก.ค.​ศ.) ได้​กำหนด​หลักเกณฑ์​และ​วิธีการ​สอบ​แข่ง​ขัน​เพื่อ​บรรจุ​เข้า​รับ​ราชการ​เป็น​ข้าราชการ​ครู​และ​บุคลากร​ทางการ​ศึกษา  ตำแหน่ง​ครู​ผู้​ช่วย ประจำปี พ.ศ. 2554 โดย​กำหนด​ให้​มี​การ​รับ​สมัคร​ถึง​วัน​ที่ 4-10 เม.ย. 2554 และ​ให้​ผู้​สนใจ​สมัคร​สอบ​แข่ง​ขัน​โดย​ต้อง​นำ​ใบ​อนุญาต​ประกอบ​วิชาชีพ​ครู​มา​ใช้​สมัคร​เท่านั้น  ผู้สื่อข่าว​รายงาน​ว่า นับ​ตั้งแต่​ช่วง​เช้า​ของ​วัน​ที่ 4-6 เม.ย. ได้​มี​บัณฑิต​ครูทั้ง​ใน​กรุงเทพฯ​และ​ต่าง​จังหวัด​จำนวน​มาก​เดินทาง​มายัง​คุรุ​สภา​เพื่อ​ขอ​ใบ​อนุญาตฯ​จน​แน่น​ห้อง​ที่​คุรุ​สภา​เปิด​ให้​บริการ​ยื่น​ขอ​ใบ​อนุญาตฯ และ​บาง​ส่วน​ได้​มา​นั่ง​พัก​รอ​บริเวณ​สนาม​หญ้า​หน้า​อาคาร​คุรุ​สภา​และ​บริเวณ​โดย​รอบ​หอประชุม​คุรุ​สภา

นาย​องค์กร อมร​สิริ​นันท์ เลขาธิการ​คุรุ​สภา กล่าว​ว่า สิ่ง​ที่​ตน​รู้สึก​กังวล​ใน​ขณะ​นี้​ก็​คือ เพิ่ง​ได้​รับ​รายงาน​ว่า​มี​บัณฑิต​จำนวน​กว่า 1,000 คน จาก 22 สถาบัน มี​ปัญหา​คุรุ​สภา​ยัง​ไม่​สามารถ​ออก​ใบ​ประกอบ​วิชาชีพ​ครู​ให้​ได้  เนื่องจาก​ตรวจ​พบ​ว่า​แต่ละ​มหาวิทยาลัย​ไม่ได้​ผลิต​บัณฑิต​ตาม​มาตรฐาน​การ​ผลิต​ที่ทาง​คุรุ​สภา​กำหนด ดังนั้น​ ใน​วัน​ที่ 7 เม.ย.​นี้ ทาง​คุรุ​สภา จึง​ได้​นัด​ประชุม​บอร์ด​เป็น​เวลา​เร่ง​ด่วน​เพื่อ​พิจารณา​​ว่า​จะ​หา​ทางออก​ใน​เรื่อง​นี้​อย่างไร  เพราะ​บัณฑิต​ที่​จบ​มา​ก็​คง​ไม่​รู้​ว่า​สิ่ง​ที่​มหาวิทยาลัย​นำ​มา​สอน​นั้น​ไม่​เป็น​ไป​ตาม​มาตรฐาน​ที่​คุรุ​สภา​กำหนด ขณะ​ที่​คุรุ​สภา​เอง​ก็​ต้อง​ยึด​คุณภาพ​และ​มาตรฐาน​เอา​ไว้

เลขาธิการ​คุรุ​สภากล่าว​อีก​ว่า นอกจาก​นี้​ ตน​ยัง​ได้​รับ​แจ้ง​จาก​ผู้​ที่​ไป​สมัครสอบ​ครู​ผู้​ช่วย​ใน​เขต​พื้นที่​การ​ศึกษา​ต่างๆ ที่​เปิด​รับ​สมัคร​อยู่​ใน​ขณะ​นี้​ว่า  ทาง​เขต​พื้นที่ฯ​จะ​ไม่​รับ​สมัคร​ให้​หาก​ไม่​มี​ใบ​ประกอบ​วิชาชีพ​ฉบับ​พก​พา​ไป​ยื่น​ประกอบ​กับ​ใบ​ประกอบ​วิชาชีพ​ครู​ฉบับ​ใหญ่​ที่​เป็น​ฉบับ​จริง เพราะ​ต้องการ​ดู​รูป​ประกอบ​การ​รับ​สมัคร  ซึ่ง​เรื่อง​นี้​ตน​ขอ​ทำ​ความ​เข้าใจ​กับ​ทาง​เขต​พื้นที่ฯ ว่า​ ใน​การ​รับ​สมัคร​ไม่​จำเป็น​ต้อง​ใช้​ใบ​ประกอบ​วิชาชีพ​ฉบับ​พก​พา​ก็ได้  แค่​มี​ใบ​ประกอบ​วิชาชีพ​ครู​ฉบับ​ใหญ่​ที่​เป็น​ฉบับ​จริง​ก็​ถือว่า​เอกสาร​หลักฐาน​ครบ​สมบูรณ์​แล้ว หาก​อยาก​จะ​ดู​รูป​ของ​ผู้​สมัคร​ว่า​ใช่​ตัว​จริง​หรือ​ไม่​ ก็​สามารถ​ตรวจสอบ​จาก​บัตร​ประชาชน​ก็ได้.

ข่าวการศึกษา ที่มา ไทยรัฐ

เชียงใหม่เร่งแก้ปัญหา เด็กม.3สอบโอเน็ตตกเรียบ

April 7th, 2011

นายสุรพันธ์ โกยวาณิชย์

ผอ.สพป.เชียงใหม่ เขต 2 ระดมพลังครูเก่งวิชาการ แก้ปัญหานักเรียนสอบตกโอเน็ต หลังคะแนนเด็กม.3 ตกเกณฑ์ระนาว…

เมื่อวันที่ 6 เม.ย. นายสุรพันธ์ โกยวาณิชย์ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากการประเมินคุณภาพผู้เรียนในปีการศึกษา 2553 ที่ผ่านมา ของสพป.เชียงใหม่เขต 2 ในภาพรวมระดับประเทศ จากผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-NET ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สาระภาษาไทย ร้อยละ 42.8 ระดับเขต ร้อยละ 44.67 สาระสังคมศึกษาระดับประเทศ ร้อยละ 40.85 ระดับเขต ร้อยละ 42.09 ภาษาอังกฤษ ระดับประเทศ ร้อยละ 14.52 คณิตศาสตร์ ระดับประเทศ 24.18 ระดับเขต 24.59 วิทยาศาสตร์ ระดับประเทศ 29.17 ระดับเขต 29.07 สุขศึกษา และพลศึกษา ระดับประเทศ ร้อยละ 71.97 ระดับเขต ร้อยละ 73.97 ศิลปะ ระดับประเทศ ร้อยละ 28.48 ระดับเขต 28.13 การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดับประเทศ ร้อยละ 47.07 ระดับเขต ร้อยละ 47.07 ระดับเขต 47.60 ส่วนการผลประเมินในระดับชั้นป.6 สาระภาษาไทย ระดับประเทศ 31.22 ระดับเขต 30.01 สังคม ระดับประเทศ 47.07 ระดับเขต 46.81 ภาษาอังกฤษ ระดับประเทศ 20.09 ระดับเขต 16.64 คณิตศาสตร์ ระดับประเทศ 34.85 ระดับเขต 33.61 วิทยาศาสตร์ ระดับประเทศ 41.56 ระดับเขต 41.34 สุขศึกษาและพลศึกษา ระดับประเทศ 53.31 ระดับเขต 57.47 ศิลปะ ระดับประเทศ 41.10 ระดับเขต 40.46 การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดับประเทศ 52.52 ระดับเขต 52.76

จากผล การประเมินในระดับชั้น ม.3 มีเพียงส่วนน้อยที่มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องเร่งรัดการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ยกระดับผลสัมฤทธิ์ผู้เรียนในกลุ่มสาระการเรียน โดยในเบื้องต้นได้ประชุมรองผู้อำนวยการเขตพื้นที่ และผู้อำนวยการกลุ่ม รวมทั้งศึกษานิเทศก์ทุกคน หารือถึงแนวทางพัฒนา โดยในครั้งนี้ได้เชิญครูวิชาการโรงเรียนมาร่วมกันวิเคราะห์วางแผน

กิจกรรมการประชุมในวันนี้มี 3 กิจกรรมคือ กิจกรรมที่ 1 เป็นการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นป.6 และชั้นม.3 ในปีการศึกษาที่ผ่านมา กิจกรรมที่ 2 เป็นกิจกรรมนำผลการวิเคราะห์มาใช้ในการวางแผนกำหนดแนวทางการพัฒนาในแต่ละ กลุ่มสาระ และกิจกรรมที่ 3 เป็นการนำเสนอแนวทางการพัฒนาที่แต่ละกลุ่มได้ร่วมกันวิเคราะห์ มาสรุปเป็นแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2

นอกจากนี้ นายสุรพันธ์ ยังกล่าวอีกว่า การจะพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ได้ตามเป้าหมายนั้น ต้องคำนึงถึงปัจจัยนำเข้า คำนึงถึงบริบท รวมทั้งกระบวนการที่จะขับเคลื่อน โดยอาศัยกลยุทธ์ในการดำเนินงานทุกขั้นตอนอย่างแยบยล หากทุกคนมีส่วนร่วมให้ความสำคัญ และ ผลักดัน น่าจะทำให้ความฝันนั้นเป็นจริง ซึ่งทุกคนในที่นี้หมายถึง ผอ.เขตพื้นที่ มีระยะเวลาในการทำงานอย่างต่อเนื่องเกินกว่า 2 ปี ยึดการพัฒนาเรื่องวิชาการเป็นหลัก มีการจัดโครงสร้างทางการบริหาร เน้นความสามารถและความถนัดแห่งบุคคล พิจารณามอบ รองผอ.เขตพื้นที่กำกับดูแลกำกับพื้นที่ มีการติดตามผลความคืบหน้าในของการพัฒนาทุกระยะ กำหนดทีมศึกษานิเทศก์ลงไปดูแลช่วยเหลือสนับสนุนโรงเรียนอย่างใกล้ชิดและต่อ เนื่อง กลุ่มงานภารกิจสนับสนุนปัจจัยบนพื้นฐานข้อมูลความต้องการของสถานศึกษาตาม ความจำเป็น ให้ความสำคัญกับเครือข่ายสถานศึกษาและชุมชนองค์กรท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายเชิงนโยบาย และเป็นพลังขับเคลื่อน พิจารณาปรับปรุงระบบการบริหารงานงานบุคคลที่มุ่งส่งเสริมครูและบุคลากร ทางการศึกษา พัฒนากระบวนการให้ขวัญและกำลังใจตามผลงานอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นแนวทางที่นายสุรพันธ์ กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ หากคนในองค์กรไม่ยินดีหรือคัดค้าน หรือไม่ให้ความสนใจต่อแนวทางในการขับเคลื่อน หาไม่แล้ว เป้าหมายร้อยละ 5 ก็อาจเป็นฝันที่ไม่เป็นจริงได้

ด้าน ดร.สงกรานต์ พรหมวงศ์ หนึ่งในทีมงานศึกษานิเทศก์วิทยากร ผู้รับผิดชอบโครงการ กล่าวชี้แจงให้ครูวิชาการที่ได้รับเชิญให้ร่วมประชุม ได้กำหนดประเด็นในการวิเคราะห์ถึงมาตรฐานการเรียนรู้ตามโครงสร้างข้อสอบที่ แต่ละข้อว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดข้อใดที่ควรปรับปรุง ข้อสอบที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นเป็นอย่างไร นักเรียนต้องใช้ความรู้ใดบ้างในการทำข้อสอบ รวมทั้งสาเหตุที่นักเรียนทำข้อสอบไม่ได้ ว่าน่าจะมาจากสาเหตุใดบ้าง รวมทั้งการวิเคราะห์ประเด็นตัวครูและนักเรียน ที่จะต้องพัฒนาปรับปรุงเรื่องใดบ้าง เพื่อจะได้ประมวลแนวทางในการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา และนำไปใช้ในโรงเรียนต่อไป

อย่างไรก็ตาม ภาพของความสำเร็จในปีการศึกษาที่ผ่านมา ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระหลักชั้น ม.3 ในกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ สูงกว่าระดับประเทศ ได้ร้อยละ 29.17 ระดับเขต 29.07 กลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษา ระดับประเทศ ร้อยละ 71.97 ระดับเขต ร้อยละ 73.97 ผลการประเมินชั้น ป.6 สุขศึกษาและพลศึกษา ระดับประเทศ 53.31 ระดับเขต 57.47 การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดับประเทศ ร้อยละ 52.52 ระดับเขตได้ร้อยละ 52.76 แม้ว่าผลจะเพิ่มขึ้น แต่สพป.เชียงใหม่เขต 2 ยังต้องพัฒนาให้เพิ่มขึ้นต่อไป โดยในปี 2554 นี้ ผอ.สพป.เชียงใหม่ เขต 2 ได้หารือกำหนดเป้าหมายเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทุกกลุ่มสาระ ร้อยละ 5 แต่จะเป็นผลสำเร็จได้แค่ไหนนั้น เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์.

ข่าวการศึกษา ที่มา ไทยรัฐ

เร่งหาต้นตอเด็กไทยตกโอเน็ตยกประเทศ

April 7th, 2011

“ชินวรณ์” รับผลสอบโอเน็ตนักเรียน ม.6 ไม่น่าพอใจ ลั่นต้องรีบวิเคราะห์หาสาเหตุ ปรับปรุงคุณภาพขนานใหญ่

จาก กรณีที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ประกาศผลการสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐานหรือโอเน็ต ชั้น ม.6 ปีการศึกษาการศึกษา 2553 ซึ่งผลปรากฏว่านักเรียน ม.6 ยังคงทำคะแนนได้ไม่ถึงร้อยละ 50 โดยในวิชาวิทยาศาสตร์และภาษาอังกฤษ ทำคะแนนเฉลี่ยได้ไม่ถึงร้อยละ 20 ซึ่งแย่ลงกว่าปีการศึกษา 2552 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเมื่อวันที่ 6 เม.ย.นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ต้องยอมรับผลการสอบโอเน็ต ของนักเรียนม .6 ในช่วงที่ผ่านมายังไม่เป็นที่น่าพอใจ ขณะเดียวกันต้องมาวิเคราะห์สาเหตุ และหาแนวทางแก้ไขไปต่อไป โดยต้องดูคุณภาพของครู กระบวนการเรียนการสอน และการจัดสอบของ สทศ. ว่าเมื่อมีการสอบแล้วได้นำผลการสอบไปใช้ปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนหรือ ไม่

“ตนไม่อยากให้นักเรียนและผู้ปกครองกังวลผลการสอบโอเน็ตมากนัก เพราะการสอบโอเน็ตจะต่างจากการสอบเลื่อนชั้น และการสอบวัดความถนัดทั่วไปหรือแกต และการสอบวัดความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ หรือแพท 1 ปีที่ผ่าน ผมพยายามปรังปรุงคุณภาพการเรียนการสอนให้สูงขึ้นมาตลอด โดยประกาศจุดเน้นคุณภาพของผู้เรียนต้องอ่านออก เขียนได้ นักเรียนม.4-ม.6 ต้องมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเกินร้อยละ 50 ครูต้องปรับปรุงการเรียนการสอนด้วยการนำระบบไอซีทีมาช่วยสอน รวมทั้งต้องไม่เน้นให้เด็กท่องจำ แต่เรียนรู้ด้วยตนเองมากขึ้น และไม่ไปกวดวิชา แต่เมื่อผลการสอบโอเน็ตออกมาผมก็ยอมรับว่าไม่เป็นที่น่าพอใจ และจากนี้จะต้องมีการปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนในห้องเรียนขนานใหญ่” นายชินวรณ์ กล่าว

ด้าน ดร.สมเกียรติ ชอบผล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) กล่าวว่า เมื่อผลการสอบโอเน็ตออกมาดังกล่าว ตนเชื่อและรู้สึกเป็นห่วง โดยเบื้องต้นเชื่อว่าส่วนหนึ่งเพราะข้อสอบที่เปลี่ยนไป ขณะเดียวกันเด็กที่เข้าสอบก็เป็นคนละรุ่น อย่างไรก็ตามหลังจากนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะนำผลการสอบมาวิเคราะห์อย่างละเอียดอีกครั้ง ที่ผ่านมา สพฐ.ได้มีการนำร่องใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 โดยการแบ่งกลุ่มโรงเรียนและนักเรียนออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มเก่ง จะพัฒนาให้เต็มตามศักยภาพ กลุ่มทั่วไปจะส่งเสริม และกลุ่มอ่อนจะช่วยเหลือ

ดังนั้นต้องมาวิเคราะห์เจาะลึกตามรายกลุ่มว่ามีผลคะแนนเป็นอย่างไร และจะมาคิดคะแนนเฉลี่ยในภาพรวมของประเทศไม่ได้ เนื่องจากเด็กกลุ่มอ่อน ซึ่งเป็นเด็กส่วนใหญ่จะไปดึงผลคะแนนของเด็กเก่ง

ส่วน ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า สพฐ.จะขอข้อมูลอย่าละเอียดจาก สทศ. โดยให้จำแนกตามขนาดของโรงเรียนและที่ตั้ง เพื่อนำมาวิเคราะห์ว่าคะแนนที่แย่ลงนั้นมาจากสาเหตุอะไร อย่างไรก็ตามเดิมมีการสันนิฐานว่าคะแนนโอเน็ตของเด็กม.6 ที่ออกมาไม่ดี ส่วนหนึ่งมาจากความไม่ตั้งใจในการสอบโอเน็ตของเด็ก เพราะบางคนอาจจะสอบติดรับตรงของมหาวิทยาลัย ซึ่งไม่ได้ใช้ผลการสอบโอเน็ต มาประกอบการเข้าเรียนไปแล้ว.

ข่าวการศึกษา ที่มา เดลินิวส์

ครม.ไฟเขียวขยายเน็ตโรงเรียนประจำตำบล

April 6th, 2011

ย้ายเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ครม.ไฟเขียวขยายเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโรงเรียนดีประจำตำบล

วันนี้ (5 เม.ย.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ เผยผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ดำเนินการขยายเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet) เป็นเครือข่ายการศึกษาแห่งชาติ (NEdNet) เพื่อรองรับการศึกษาทั้งระบบ โดยให้ ศธ.ดำเนินการขยายโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงภายใต้โครงการเครือข่ายการศึกษา แห่งชาติ ปี พ.ศ.2555-2556 ให้ครอบคลุมโรงเรียนประจำตำบลไม่น้อยกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ มีระยะทางการสร้างเคเบิลใยแก้วนำแสง 30,000 กิโลเมตร วงเงินผูกพันงบประมาณปีพ.ศ.2555-2556 จำนวน3,000 ล้านบาท

โดยอนุมัติงบโครงการในปีงบประมาณ พ.ศ.2554 จำนวน 200 ล้านบาท และอนุมัติให้ผูกพันงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2555 จำนวน 1,400 ล้านบาท และปีงบฯ พ.ศ.2556 จำนวน 1,400 ล้านบาท

นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบให้ ศธ.ร่วมกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที ) พิจารณาแผนงาน โครงการการดำเนินการพัฒนาและลงทุนตามนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติให้บริการไปยัง โรงเรียนส่วนที่เหลืออีกกว่า 25,000 แห่งทั่วประเทศให้ได้รับบริการอย่างทั่วถึงด้วย.

ข่าวการศึกษา ที่มา เดลินิวส์

รร.ในกรุงเทพฯว่างรับได้อีก3พัน

April 6th, 2011

รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการรับนักเรียนของสถานศึกษา ปีการศึกษา 2554 เปิดเผยว่าในวันที่ 7 เม.ย.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการติดตามฯ ร่วมกับนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อสรุปรายงานผลการรับนักเรียนชั้น ม.1 และ ม. 4 ของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่าเป็นอย่างไรและมีปัญหาอะไรบ้าง ซึ่งในเบื้องต้นขณะนี้การรับนักเรียนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและกำลังอยู่ ระหว่างดำเนินการเกลี่ยนักเรียนที่ยังไม่มีที่เรียนไปยังโรงเรียนตามที่นัก เรียนได้แจ้งความ จำนงไว้ในช่วงการสมัครสอบคัดเลือก โดยระดับชั้น ม.1 ตนได้รับรายงานล่าสุดว่า โรงเรียนในเขตกรุงเทพฯยังมีที่ว่างอยู่ประมาณ 3,000 กว่าคน ดังนั้นไม่น่าจะมีปัญหาในการเกลี่ยนักเรียน สำหรับ ชั้นม.4 เฉพาะโรงเรียนเขตกรุงเทพฯ พบว่ามี นักเรียนที่สอบเข้าเรียนในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงมารายงานตัวไม่ ครบ ทำให้โรงเรียนต้องเรียกนักเรียนที่ได้คะแนนลำดับถัดไปมารายงานตัวแทน ซึ่งเด็กที่ไม่มารายงานตัวนั้นทราบข้อมูลว่าส่วนหนึ่งจะไปเรียนโรงเรียน เอกชนและเรียนสายอาชีวศึกษาแทน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดีที่เด็กสนใจไปเรียนสายอาชีวศึกษา

ด้าน นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ รักษาการ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กรุงเทพมหานคร เขต 1 กล่าวว่า ในวันที่ 5 เม.ย.นี้ จะพิจารณาจัดสรรที่เรียนให้นักเรียนทุกคน ซึ่งกรณีของเด็ก สพม.กรุงเทพฯ เขต 1 นั้นไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะโรงเรียนในสังกัดยังมีที่ว่างจำนวนมาก โดยขณะนี้มีที่ว่าง 3,779 คน และต้องรอดูว่า หลังจากจัดสรรที่เรียนแล้วจะว่างอีกจำนวนเท่าไร และหลังจากเกลี่ยนักเรียนใน สพม.กรุงเทพฯ เขต 1 เสร็จแล้วหากยังมีที่ว่างก็จะเปิดรับเด็กเขตพื้นที่การศึกษาอื่นมาเรียนได้

นายสุรศักดิ์ ศรีสว่างรัตน์ ผอ.สพม.กรุงเทพฯ เขต 2 กล่าวว่า มีนักเรียนมาแจ้งความจำนงให้จัดสรรที่เรียนที่ สพม.กรุงเทพฯ เขต 2 กว่า 300 ราย เพราะส่วนใหญ่เด็กจะไปแจ้งไว้ที่โรงเรียนที่เด็กไปสมัครสอบและจับสลาก ซึ่งขณะนี้ตนได้มอบให้เจ้าหน้าที่รวบรวมจำนวนนักเรียนทั้งหมดที่มาแจ้งความ จำนง เพื่อนำมาจัดสรรที่เรียนให้ในวันที่ 5 เม.ย.นี้.

ข่าวการศึกษา ที่มา เดลินิวส์