ตั้งเป็นทูตวัฒนธรรม น้องอาโปว์คนเก่งสานสัมพันธ์ 2 ชาติ

June 22nd, 2011 by admin Leave a reply »

‘น้อง อาโปว์’ เด็กอัจฉริยะกาฬสินธุ์ที่สอบติดมหาลัยอันดับ 1 ของจีน ถูกแต่งตั้งให้เป็นทูตวัฒนธรรมของโครงการแลกเปลี่ยนภาษาและวัฒนธรรม AYC ประเทศไทย โดยตั้งเป้าให้เป็นต้นแบบนักเรียนตัวอย่าง และกระตุ้นให้เด็กไทยสนใจที่จะศึกษาภาษาจีนมากขึ้น ด้านประธานโครงการฯ เผยสุดทึ่งในความสามารถ ชี้ อนาคตสดใสพร้อมปูทางให้พบบุคคลสำคัญของประเทศจีน ส่วนที่จุฬาฯ แถลงพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดแข่งฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศ 10-18 ก.ค. นี้ โดยมี 84 ประเทศเข้าร่วม ตัวแทนเด็กไทย 5 คนที่เข้าแข่ง ขอแรงใจคนไทยช่วยเชียร์ด้วย หวังคว้า 5 เหรียญทองให้ได้เหมือนรุ่นพี่

จากกรณี น.ส.พราวพร เกียรติดำเนินงาม หรือน้องอาโปว์ เด็กอัจฉริยะชาว จ.กาฬสินธุ์ สอบติดมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศจีน China Foreign Affairs University หรือ CFAU ในคณะการทูต ประจำปีการศึกษา 2011 จนกลายเป็นที่ฮือฮาในวงการศึกษาของประเทศไทย และสื่อมวลชนต่างให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. นายสิโรดม อ่ำสำอางค์ ประธานโครงการแลกเปลี่ยนภาษาและวัฒนธรรม AYC ประเทศไทย เปิดเผยว่า ทางโครงการ AYC จะมีการแต่งตั้งน้องอาโปว์ เป็นทูตวัฒนธรรมโครงการฯ พร้อมกับการดูแลอย่างดีจนจบการศึกษาและให้โอกาสในการทำงาน การทำธุรกิจ ซึ่งน้องอาโปว์ จะมีหน้าที่ในการเผยแพร่วัฒนธรรม ภาษา และกิจกรรมเพื่อสังคมอื่น ๆ ร่วมกับประเทศจีนระหว่างศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัย China Foreign Affairs University หรือ CFAU ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยระดับสูงสุดของประเทศจีน

นายสิโรดม กล่าวต่อว่า นอกจากนี้จะมีหน้าที่ในการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ให้กับนักเรียนรุ่นน้องที่จะเข้ามาร่วมกับโครงการฯ ในแต่ละปีการศึกษา รวมถึงการเป็นผู้สอนภาษาจีนให้กับสถานศึกษาในประเทศไทย และที่ประเทศจีน ซึ่งจากการที่น้องอาโปว์ ที่ไปเรียนในต่างประเทศเพียง 9 เดือน แต่สามารถสอบติดมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศจีนได้ และยังสามารถ พูด อ่านเขียน ภาษาจีนได้เหมือนภาษาตัวเอง ทำให้ทุกคนได้รู้ว่าภาษาจีนไม่ยากอย่างที่หลาย ๆ คนคิด และทำให้เกิดแรงกระตุ้นที่จะทำให้เด็กไทยมีความตื่นตัวที่จะหันมาเรียนภาษา จีนกันมากขึ้น

“การที่ทางโครงการแต่งตั้งให้น้องอาโปว์เป็นทูตวัฒนธรรมนั้น ทางโครงการจะดูแลในทุกเรื่องโดยจะมีเงินเดือนให้เพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่าย รวมถึงค่าเดินทาง ซึ่งทางโครงการจะดูแลและรับเลี้ยงดูเหมือนลูกจะให้ทางครอบครัวของน้องสบายใจ ทั้งนี้ทางโครงการก็จะให้พนักงานระดับต้น ๆ ของบริษัทคอยเป็นพี่เลี้ยงให้น้องอาโปว์ด้วย โดยทางผู้บริหารของโครงการเองยังได้วางแผนที่จะพาตัวน้องอาโปว์ ไปพบผู้บริหารประเทศของจีน นอกจากนี้ในอนาคตได้วางแผนให้น้องอาโปว์ได้เขียนพ็อกเกตบุ๊กของตัวเอง โดยเนื้อหาจะเน้นถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ด้านวิชาการ ซึ่งตอนนี้เข้าใจว่าน่าจะมีเด็ก ๆ ที่เห็นแบบอย่างน้องอาโปว์และมีความต้องการที่จะเป็นเหมือนน้องอาโปว์จำนวน มาก จึงไม่แปลกที่น้องอาโปว์จะเป็นเหมือนต้นแบบของนักเรียนไทยในการสนใจและศึกษา ภาษาจีนอย่างจริงจัง ซึ่งโครงการฯมีความหวังต้องการให้คนไทยได้เรียนภาษาจีนเป็นภาษาที่ 2 ภาษาที่ 3 ให้มากขึ้น เพราะในปี ค.ศ. 2015 ประเทศจีนจะเปิดประเทศที่จะกลายเป็นจุดศูนย์กลางการค้า เศรษฐกิจของโลกในอนาคต ซึ่งประเทศไทยเองหากมีคนมีความรู้ภาษาจีนเยอะ ให้ความสนใจกับภาษาจีนโดยเฉพาะสถานศึกษาก็จะไม่เสียเปรียบทางการค้าในอนาคต ด้วย” นายสิโรดม กล่าว

สำหรับโครงการ AYC เป็นโครงการแลกเปลี่ยนภาษาและวัฒนธรรม ที่ดำเนินกิจการแบบไม่หวังผลกำไร มุ่งเน้นให้เด็กไทยได้มีโอกาสไปเรียนที่ต่างประเทศ โดยมีประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศนิวซีแลนด์ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศสหรัฐราชอาณาจักร (UK) โดยจะส่งเด็กไปเรียนปีละกว่า 300 คน แต่ในส่วนของประเทศจีนยังมีน้อยมาก ซึ่งกระแสของน้องอาโปว์ที่เกิดขึ้นคาดว่าในปีการศึกษาหน้าจะมีผู้สนใจไป ประเทศจีนเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว

ด้านนายยุทธนา เกียรติดำเนินงาม พ่อน้องอาโปว์ กล่าวว่า เหมือนเป็นนิมิตบอกเหตุไว้ว่าลูกสาวต้องไปอยู่เมืองจีนไปอยู่ต่างแดน เพราะเมื่อตรุษจีนที่ผ่านมาลูกสาวได้ไปตามหาบรรพบุรุษอยู่ที่ ซัวเถา หมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งตัวของน้องอาโปว์จริง ๆ แล้วเขาเป็นลูกหลานของบรรพบุรุษแซ่เตียว ตัวเขาเองเป็นรุ่นที่ 4 ตอนนี้ทางปู่ที่อยู่เมืองจีนได้รับรู้ข่าวน้องอาโปว์และมีความปลื้มปีติเป็น อย่างมาก ซึ่งหากอาโปว์เดินทางกลับมาเรียนต่อที่ประเทศจีนอย่างถาวร ทางญาติก็จะเดินทางไปรับพร้อมกับจัดงานเลี้ยงต้อนรับหลานสาวตามธรรมเนียมของ คนจีนด้วย สำหรับกรณีที่ทางโครงการได้แต่งตั้งลูกสาวเป็นทูตวัฒนธรรมฯ นั้น ทางตนและครอบครัวมีความยินดีเป็นอย่างมาก ถือเป็นเกียรติยศและชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล ก็ต้องขอขอบคุณทางโครงการที่ได้มองเห็นความสามารถของตัวลูกสาว และเท่าที่ทราบก็จะมีการดูแลเป็นอย่างดีด้วย ทั้งนี้คนที่รู้ข่าวหลายคนทั้งญาติพี่น้องและเพื่อน ๆ ได้โทรศัพท์มาแสดงความยินดีและให้ความชื่นชมลูกสาวอย่างไม่ขาดสาย

วันเดียวกันที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา รองประธานมูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (สอวน.) พร้อมด้วย ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาฯ ศ.กิตติคุณ ศักดา ศิริพันธ์ เลขาธิการมูลนิธิ สอวน. และ ศ.ดร.สุพจน์ หารหนองบัว คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกันแถลงข่าวประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่าง ประเทศ ครั้งที่ 42 ซึ่งจะจัดแข่งขันที่ จุฬาฯ ระหว่างวันที่ 10-18 ก.ค. นี้ โดย ศ.นพ.จรัส กล่าวว่า การแข่งขันครั้งนี้จะมี 84 ประเทศเข้าร่วมการแข่งขัน โดยแต่ละประเทศจะส่งเยาวชนเข้าร่วมแข่งขัน 5 คน และอาจารย์ควบคุม 2 คน ผู้สังเกตการณ์และผู้ติดตาม รวมประมาณ 650 คน ทั้งนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิ สอวน. ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเสด็จฯ ทรงเป็นประธานในพิธีเปิดและพิธีมอบเหรียญรางวัล ในวันปิดการแข่งขันด้วย

ศ.นพ.ภิรมย์ กล่าวว่า สำหรับผู้แทนประเทศไทย 5 คน ได้แก่ นายกำพล อัครวราวงศ์ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ นายธิปก รักอำนวยกิจ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒปทุมวัน นายจิรัฏฐ์ จิระวิชิตชัย นายพงศภัค สวัสดิรักษ์ และนายภคพล ศุภนิรัติสัย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ทั้งนี้ จุฬาฯ ได้จัดทำเว็บไซต์เพื่อให้ติดตามข่าวสารการแข่งขันได้ที่ www.ipo2011.org และชมการถ่ายทอดสดพิธีเปิดงานได้ที่ www.chula.ac.th

นายจิรัฏฐ์ หนึ่งในตัวแทนประเทศไทย กล่าวว่า แม้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ แต่ตนและเพื่อนก็ไม่รู้สึกหนักใจหรือกดดัน เพราะการแข่งขันไม่ว่าจะในหรือต่างประเทศก็เหมือนกัน แต่ครั้งนี้ถือว่าอบอุ่นที่ได้แข่งในประเทศ ซึ่งก็อยากให้คนไทยทุกคนช่วยเป็นกำลังใจให้ด้วย และจะพยายามคว้าเหรียญทองมาให้ได้เหมือนกับรุ่นพี่ที่เคยทำได้ถึง 5 เหรียญทองในการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศในครั้งก่อนที่ประเทศ โครเอเชีย.

ข่าวการศึกษา ที่มา เดลินิวส์

สนับสนุนโดย ข้อสอบ คลังข้อสอบออนไลน์

Advertisement

Leave a Reply